ศูนย์วิจัยโรคปรสิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ศูนย์วิจัยโรคปรสิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเผยแพร่ภาพผู้ป่วยที่มีพยาธิตัวตืดหมูกระจายทั่วร่างกาย

          เมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ที่ Facebook ของศูนย์วิจัยโรคปรสิต  ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีซึ่ง Facebook ของมหาวิทยาลัยนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะนำเคสตัวอย่างของโรคต่างๆมาแสดงให้กับประชาชนได้ดูกันว่าโรคภัยต่างๆนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ซึ่งในครั้งนี้ทางเว็บไซต์ของศูนย์วิจัยเองได้มีการนำข้อมูลเกี่ยวกับชายวัยรุ่นคนหนึ่งอายุประมาณ 18 ปีเขาได้เดินทางมาที่ทางศูนย์วิจัยสำนักวิชาแพทย์ศาสตร์เพื่อทำการรักษาเนื่องจากว่าชายวัย 18 ปีนั้นพบว่าตนเองมักจะปวดหัวอยู่บ่อยๆและล่าสุดที่พามานั้นก็มีอาการรุนแรงโดยถึงขนาดที่ปวดหัวจนชักและยังมีอาการอาเจียนอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสาเหตุให้ญาตินั้น

ต้องพามาตรวจรักษาอาการซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลจึงได้ขอญาติผู้ป่วยนั้นทำการตรวจ MRI เดินตรวจร่างกายของชายวัย 18 ปีทั้งหมดเมื่อเข้าไปในห้องสแกน MRI จึงพบว่าตั้งแต่บริเวณเยื่อสมองรวมถึงทั้งบริเวณหัวสมองทั้งหมดและบริเวณหน้าอกหน้าท้องกล้ามเนื้อสะโพกเชิงกรานหรือแม้แต่แขนขาเรียกว่าทั้งตัวของชายวัย 18 ปีนั้น

เต็มไปด้วยไข่ของพยาธิตื๊ดหมูเต็มไปหมดเรียกได้ว่าแทบไม่มีช่องว่างให้เห็นเลยซึ่งไข่พยาธิตืดหมูนี่เองที่เป็นสาเหตุทำให้ชายวัย 18 ปีนั้นปวดหัวและอาเจียนอย่างไรก็ตามคุณหมอได้มีการรักษาด้วยการใช้ยาสเตียรอยด์และให้เด็กชายวัย 18 ปีนัดกินยากันชักเอาไว้ก่อน

และพยายามที่จะนำไข่ตืดหมูนั้นออกจากร่างกายของไทยวัย 18 ปีซึ่งล่าสุดนั้นทางโรงพยาบาลแจ้งออกมาว่าอาการป่วยของชายวัย 18 ปีนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ยังคงต้องมีการรักษาตัวจนกว่าไข่พยาธิออกจากร่างกายอย่างไรก็ตามจากการสอบถามเบื้องต้นชายวัย 18 ปีระบุว่าตนเองนั้น

ไม่ได้กินของดิบไม่ว่าจะเป็นหมูดิบหรือปลาดิบแต่อย่างใดซึ่งทางโรงพยาบาลสันนิษฐานว่าหากไม่ได้กินอาหารดิบนั้นก็น่าจะมาจากพวกผักและผลไม้ที่ปนเปื้อนมามีไข่ของพยาธิติดมาด้วยซึ่งอาจจะเป็นที่คนไข้นั้นอาจจะกินอาหารที่ไม่สะอาดมืออาจจะไปจับดินแล้ว

ล้างมือไม่สะอาดแล้วมีไข่ของพยาธิติดตามมือเมื่อไปจับสินของนำมาเข้าปากทำให้ไข่ของพยาธินั้นนั้นเข้ามาในปากซึ่งไข่พยาธิตืดหมูนั้นสามารถพบได้ทั้งผัก  และน้ำ  หรือแม้แต่ผลไม้ดังนั้นจึงมีการโพสต์ Facebook บอกเล่าเรื่องราวของเคสชายวัย 18 ปีนี้

เพื่อหวังให้มีการแชร์ต่อๆกันในโลกโซเชียลเกี่ยวกับเรื่องของการกินผักและผลไม้ควรจะมีการล้างให้สะอาดรวมถึงก่อนกินอาหารควรจะมีการล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการนำพยาธิเข้าสู่ร่างกายโดยที่ไม่รู้ตัวนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ศูนย์วิจัยโรคปรสิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ไม่ต้องสแกน ไทยชนะบนรถเมย์แล้ว

      ก่อนหน้านี้เนื่องด้วยจากว่ามีปัญหาเรื่องของการระบาดของไวรัสที่ชื่อว่าโควิด-19 ทำให้รัฐบาลไม่มีเงื่อนไขออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการสแกนบาร์โค้ดเช็กอินว่าประชาชนไปใช้บริการที่ไหนบ้างซึ่งไม่ว่าจะเดินทางไปซื้อของที่ตลาดไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าไปทานอาหารในร้านอาหารหรือแม้แต่ซื้อของในเซเว่นประชาชนก็จะต้องมีการแสดงบาร์โค้ด

หรือถ้าหากใครไม่มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุ่น Smart Phone ก็จะต้องมีการลงชื่อนับได้ว่าเป็นการยุ่งยากในการใช้งานของประชาชนทั่วไปอย่างแท้จริงก็ไม่ใช่ว่าคนทุกคนนั้นจะมีการพกโทรศัพท์มือถือที่เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนแล้วที่สำคัญการที่ต้องรอคิวเขียนชื่อในการ login เข้าไปซื้อของรวมถึงว่าซื้อเสร็จแล้ว

ก็ต้องมีการเซ็นชื่อ logout ออกมันก็สร้างความยุ่งยากให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากเช่นเดียวกันแต่อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ที่ทางรัฐบาลได้มีการให้รถเมล์นั้นออกมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้ตามปกติก็ได้มีการตั้งเงื่อนไขออกมาเช่นเดียวกันว่าจะต้องมีการแสดงบาร์โค้ดเป็นการสแกนบาร์โค้ดของโครงการไทยชนะ

ซึ่งเมื่อขึ้นรถเมล์ปุ๊บก็จะต้องมีการทำทันทีโดยจะมีการเขียน Barcode ไว้ที่เบาะนั่งทุกเบาะอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการทดลองการนั่งรถเมล์แล้วต้องมีการสแกนบาร์โค้ดนั้นค่อนข้างที่จะมีปัญหามากเลยทีเดียวเพราะบางคนไม่มีโทรศัพท์มือถือจึงไม่สามารถสแกนบาร์โค้ดได้และออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ว่าถ้าเกิดกรณี

ที่ไม่สแกนบาร์โค้ดแล้วขึ้นรถเมล์ไม่ได้ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนนั่นเองอย่างไรก็ตามล่าสุดในวันที่ 11 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ทางด้านขสมกนั้นได้ออกมาพูดถึงเรื่องของการสแกนบาร์โค้ดว่าจะมีการอนุโลมสำหรับประชาชนที่มาขึ้นรถเมล์ว่าไม่จำเป็นต้องสแกนบาร์โค้ดเราเข้าใจปัญหาของประชาชนดีว่า

หากคนจนนั้นก็คงไม่มีโทรศัพท์มือถือรุ่นแพงที่จะเป็นรุ่นสมาร์ตโฟนได้รวมถึงการขึ้นรถเมล์นั้นบางทีเดินทางแค่เพียงป้าย 2 ป้ายเท่านั้นก็ไม่สมควรที่จะต้องมานั่งสแกนบาร์โค้ดให้ยุ่งยากดังนั้นทางขสมกจึงได้มีการประกาศออกมาให้มีการอนุโลมเรื่องของการสแกนบาร์โค้ดแต่ยังคงต้องให้ประชาชนที่มาใช้บริการรถเมล์นั้นสวมใส่หน้ากากอนามัยกันทุกคนรวมถึงต้องเว้นระยะห่าง

ระหว่างกันและที่สำคัญควรที่จะต้องพกเจลล้างมือเป็นของตนเองเพื่อที่ทุกครั้งก่อนที่จะมีการขึ้นรถเมล์แล้วจับราวตรงบริเวณรถเมล์นั้นจะได้ปราศจากเชื้อโรคซึ่งหลักการนี้สามารถใช้ได้กับทุกที่ที่ไปใช้บริการ    ซึ่งถ้าหากทำได้รับรองได้เลยว่าไม่นาน ประเทศไทยก็จะไม่มีคนติดไวรัสโควิดอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไม่ต้องสแกน ไทยชนะบนรถเมย์แล้ว

ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยลูก

ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยลูกทำให้เด็กออกมาวิ่งเล่นกลางถนนจนเกือบเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้น

        เรื่องราวในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นอุทาหรณ์ของผู้ปกครองหลายๆคนที่มักจะปล่อยปละละเลยให้ลูกซึ่งยังเป็นเด็กเล็กๆเล่นอยู่ตามลำพังและทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อเด็กได้โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยพื้นที่ที่เกิดเหตุนั้นเกิดในอำเภอกาญจนดิษฐ์บนถนนทางหลวงเส้นหนึ่งด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีการบันทึกวีดีโอไว้ได้จากกล้องหน้ารถของคนที่ขับไปเจอเด็กหญิงคนดังกล่าว

ซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่ามีเด็กหญิงอายุประมาณ 2-3 ขวบนั้นกำลังวิ่งเล่นอยู่บนถนนซึ่งโชคดีมากๆว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นไม่มีรถวิ่งผ่านไปผ่านมายกเว้นว่ารถของผู้ที่อัดคลิปไว้เองและโชคดีของเขาเป็นอย่างมากที่เขาขับรถมาบนถนนเส้นนี้ด้วยความเร็วที่ไม่ได้เร็วมากนักทำให้เขานั้นสามารถที่จะจอดชะลอได้ทันก่อนที่จะขับไปชนเด็กหลังจากนั้นเขาจึงได้มีการจอดรถและไปอุ้มเด็กออกไปจากบริเวณถนน

พร้อมทั้งพาไปหาผู้ปกครองหากไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดอันตรายกับเด็กถูกรถชนและเสียชีวิตบนท้องถนนได้ซึ่งผู้ที่อัดคลิปวีดีโอนี้ไว้ได้นำมาโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวเพื่อต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครองหลายๆคนที่ชอบปล่อยปละละเลยไม่สนใจลูกและทำให้ลูกนั้นต้องออกมาอยู่บริเวณถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ซึ่งถ้าเกิดเหตุการเกิดอุบัติเหตุรถชนเด็กผู้ปกครอง

ก็จะโทษว่าเป็นความผิดของคนที่ขับรถบนท้องถนนทั้งที่จริงๆแล้วมันคือความผิดของตัวผู้ปกครองเองที่ไม่ได้สนใจดูแลลูกของตนเองหลายครั้งที่เรามักจะเห็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของพ่อแม่ปล่อยให้เด็กเล่นเองแล้วเด็กหายไปแล้วเมื่อตามหาเจอก็พบว่าลูกนั้นเสียชีวิตแล้ว

ซึ่งข่าวการหายตัวของเด็กแล้วเด็กเสียชีวิตนั้นส่วนใหญ่เมื่อสืบค้นเชิงลึกลงไปก็จะพบว่าเกิดจากพ่อแม่นั้นปล่อยปละละเลยไม่สนใจและไม่เฝ้าคอยดูแลลูกของตนเองอย่างเช่นเด็กชายคนหนึ่งที่ไปในสวนไร่มันสำปะหลังกับพ่อแม่แล้วถูกปล่อยให้เล่นอยู่คนเดียวจนเมื่อตอนเย็นพ่อแม่มาตามหาลูกก็หาไม่เจอผ่านไปถึง 5 วัน

ถึงจะพบว่าเด็กชายคนดังกล่าวนั้นไปเสียชีวิตในร่องน้ำซึ่งก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเด็กชายคนดังกล่าวนั้นเดินไปเสียชีวิตที่นั่นเองหรือมีคนพาไปแล้วฆ่าตายและอย่างไรล่าสุดอย่างเช่นเด็กหญิงชมพู่ที่พ่อแม่ปล่อยให้เล่นอยู่ที่บ้านเพียงลำพังกับพี่สาว

ซึ่งอายุยังไม่มากนักและเด็กก็หายตัวออกจากบ้านจนมาพบศพอีกทีหลังจากนั้น 5 วันซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังต้องตามหาตัวคนร้ายว่าใครเป็นคนนำน้องชมพู่ออกไปจากบ้านเหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเกิดว่าพ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจลูกหลานของตนเองและคอยเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างอย่างล่าสุดที่มีการถ่ายคลิปลงมาที่เด็กมาวิ่งเล่นบนถนนนั้นก็ถ้าหากรถวิ่งมาด้วยความเร็วก็เป็นไปได้ว่าเด็กคนดังกล่าวก็อาจจะเสียชีวิตได้จากการถูกรถชนนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยลูก

เหตุการณ์ไฟไม่บ้านเด็กๆ 4 คนวิ่งหนีตายระทึก

พ่อแม่ไม่อยู่บ้านปล่อยลูกให้อยู่กันเองเหตุการณ์ไฟไม่บ้านเด็กๆ 4 คนวิ่งหนีตายระทึก

      เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดตรังซึ่งบ้านหลังเก่าเป็นบ้านเดี่ยวมีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งเรียนด้านนั้นได้มีการโทรตามรถดับเพลิงให้ช่วยเข้ามาดับเพลิงโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็สามารถจัดส่งได้ด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ที่หมู่บ้านในจังหวัดตรังในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 สำหรับช่วงเวลาที่เกิดเหตุไฟไหม้นั้นเป็นช่วงเวลา

เช้าตรู่ประมาณ 7:30 น.โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์นั้นเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านใกล้ๆกันและเป็นคนแจ้งให้ทางรถดับเพลิงเข้ามาดับเพลิงไฟไหม้ประมาณทราบชื่อว่าเพื่อนบ้านในชื่อว่านางวรรณดีอายุ 61 ปีโดยนางวรรณดีได้เล่าให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจสอบบ้านทราบว่าช่วงเวลาที่นางวรรณดีกำลังอยู่ที่บ้านนั้นอยู่ดีๆ

ก็ได้ยินเสียงดังบึ้มคล้ายๆกับเสียงปืนจึงได้วิ่งออกมาดูที่หน้าบ้านเพราะว่าข้างบ้านมีไฟกำลังพุ่งขึ้นมาอยู่ที่บริเวณข้างๆบ้านจึงได้ตะโกนให้ชาวบ้านเข้ามาทำการช่วยเหลือเอาถังดับเพลิงมาดับไฟและเห็นว่าเด็กๆทั้ง 4 คนซึ่งมีตั้งแต่เด็กอายุ 5 ขวบ 6 ขวบ 13 ขวบและ 16 ปีต่างก็พากันวิ่งออกมาจากตัวบ้านหลังจากที่แจ้งรถดับเพลิงแล้วจึงได้โทรแจ้งเจ้าของบ้านแล้ว

เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสร็จเรียบร้อยแล้วทางด้านเจ้าของบ้านเองก็เพิ่งเดินทางมาถึงโดยเจ้าของบ้านนั้นชื่อคุณพรพรรณเธอได้เล่าให้ฟังว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นไม่มีผู้ใหญ่ในบ้านเลยเพราะสามีของเธอนั้นไปออกทะเลหาปลาส่วนตัวเธอกับแม่ของเธอนั้นก็ไปตลาดซื้อขายของจึงได้ปล่อยให้ลูกทั้ง 4 คนอยู่ที่บ้านกันเพียงลำพังเฉพาะเด็กๆเมื่อเธอเดินทางมาถึงที่บ้านเห็นลักษณะของไฟไหม้บ้าน

เกือบทั้งหลังเธอรู้สึกตกใจมากจนถึงกับเป็นลมกลัวว่าลูกๆของเธอนั้นจะไม่ปลอดภัยแต่หลังจากทราบว่าลูกของเธอทั้ง 4 คนปลอดภัยดีเธอก็สบายใจขึ้นแต่ก็ยังเสียใจเรื่องของบ้านที่ถูกไฟไหม้ซึ่งเบื้องต้นนั้นจากการที่เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบตัวบ้านพบว่าข้าวของเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าพังเสียหายทั้งหมดตัวบ้านทำเสียหายเกินครึ่งรวมถึงพบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้

ในครั้งนี้ว่าเกิดจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจรสำหรับเด็กเด็กที่ปลอดภัยนั้นได้เล่าให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าแต่ละคนนั้นนอนอยู่ในห้องของตนเองโดยมีเด็กอายุ 5 ขวบได้เพิ่มเติมด้วยว่าขณะที่เขากำลังนอนหลับอยู่นั้นเขามีความรู้สึกว่าอากาศร้อนจึงได้ลืมตาขึ้นมา

พบว่ามีไฟกำลังไหม้หมอนที่อยู่ข้างๆที่เขานอนอยู่ตกใจจึงวิ่งไปตามที่พี่ๆโดยเฉพาะประตูเรียกบอกว่าไฟไหม้หลังจากนั้นทุกคนจึงได้พากันวิ่งหนีออกมาจึงทำให้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ส่วนความเสียหายนั้นยังไม่สามารถ ประเมิณมูลค่าความเสียหายได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เหตุการณ์ไฟไม่บ้านเด็กๆ 4 คนวิ่งหนีตายระทึก

5 วัยรุ่นร่วมกันฆ่าเพื่อน อ้างไม่พอใจที่เพื่อนเป็นสายให้กับตำรวจ

            จากเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านคนหนึ่งได้ไปขุดพบเจอโครงกระดูกจึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมีการสันนิษฐานว่าโครงกระดูกดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นนายวรัญชิต  อายุ 23 ปีซึ่งทางครอบครัวของนายวรัญชิตได้มีการมาแจ้งความคนหายเอาไว้และจากการนำข้อมูลไปตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโครงกระดูกดังกล่าวนั้นคือนายอรัญชิดจริงๆจึงได้ประสานงานกับทางพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตเพื่อแจ้งข่าวนี้ให้ทราบและได้พยายามสืบค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมว่า

ฆาตกรที่ก่อเหตุฆ่านายวรัญชิตนั้นคือใครในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ผู้ก่อเหตุนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 5 คนโดยผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คนนั้นเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิตทั้งหมดเลยจากการสอบสวนเบื้องต้นนั้นทางผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ลงมือฆ่านายวรัญชิตด้วยกันทั้ง 5 คนเหตุผลที่มีการฆ่านั้นเนื่องจากว่าทั้ง 5 คนสืบรู้มาว่านายวรัญชิตนั้นเป็นสายให้กับตำรวจ ในวันเกิดเหตุนั้นทั้ง 5 คน

ได้กำลังเสพยาและกินเหล้ากันอยู่ที่กระท่อมในสวนแห่งหนึ่งหลังจากนั้นวรัญชิต ก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาซึ่งจะมาซื้อยาเสพติดนั่นเองแต่ระหว่างที่มีการพูดคุยกันนั้นเกิดมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นทำให้เพื่อนๆทั้งๆคนนั้นต่างพากันรุมทำร้ายนายวรัญชิตด้วยการตีและก็เตะอยู่หลายครั้งจนในที่สุดนายวรัญชิต  ก็เสียชีวิตทั้ง 5 คนนั้น

จึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิตใส่ในกระสอบแล้วเอาขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อเอาไปฝังดินเพื่ออำพรางศพซึ่งเมื่อไปถึงจุดที่มีการฝังศพนั้นเพื่อนคนหนึ่งในแก๊งเกรงว่าผู้เสียชีวิตจะไม่ตายสนิทจึงได้มีการใช้ปืนยิงไปอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการขุดดินแล้วนำศพฝังลงไปในดิน

ซึ่งจุดที่ฝังศพนั้นเป็นบริเวณชายป่าต้องขับรถเข้ามาจากถนนสายเอเชียประมาณ 100 เมตรและอยู่ห่างจากจุดที่มีการทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิตนั้นประมาณ 6 กิโลเมตรหลังจากที่มีการฝังศพเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 5 คนก็นั่งรถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียชีวิตนั้นไปทิ้งจุดที่นำหลักฐานไปทิ้งนั้นก็จะมีเรื่องของเสื้อผ้าของพวกคนร้ายทั้ง 5 คนที่เปื้อนเลือด

โดยนำไปทิ้งด้วยการเผาที่บ้านของหนึ่งในคนร้ายที่ฆ่านายวรัญชิตนั่นเองหลังจากนั้นทั้งหมดก็พากันอาบน้ำชำระร่างกายและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนในที่สุดก็มีคนมาพบศพและนำมาซึ่งการจับกุมคนร้ายได้นั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame66

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน 5 วัยรุ่นร่วมกันฆ่าเพื่อน อ้างไม่พอใจที่เพื่อนเป็นสายให้กับตำรวจ

สาว15 ปีถูกลุงที่เป็นครูข่มขืน สุดช้ำพี่ชายก็ร่วมลงมือข่มขืนด้วย

           ที่จังหวัดนครพนมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมนายวีระชัยซึ่งเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนมในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหลานสาวของตนเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทางครอบครัวผู้เสียหายนั่นก็คือครอบครัวของเด็กหญิงที่ถูกข่มขืนอายุ 15 ปีชื่อว่าน้องเปิ้ล 

โดยน้องเปิ้ลได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าน้องเปิ้ลนั้นถูกนายวีระชัยนั้นข่มขืนมาตั้งแต่ตอนที่อายุประมาณ 12 ปีแล้วโดยนายวีระชัยจะข่มขืนอาทิตย์ละ 1 ครั้งซึ่งจะอาศัยจังหวะที่คนในครอบครัวของน้องเปิ้ลไม่อยู่บ้านแล้วทำการโรงเรียนข่มขืนน้องเปิ้ลซึ่งน้องเปิ้ลไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้มาก่อน

เนื่องจากว่านายวีระชัยได้มีการข่มขู่น้องเปิ้ลเอาไว้ว่าหากบอกใครและจะไม่ได้เรียนหนังสือซึ่งในขณะนั้นน้องอายุยังน้อยจึงเกิดความกลัวจนไม่ได้บอกใครและนอกจากนายวีระชัยจะข่มขืนน้องเปิ้ลแล้วลูกชายของนายวิชัยที่ชื่อว่านายเอ็มซึ่งมีอายุ 16 ปีก็ลงมือข่มขืนน้องเปิ้ลซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปีของปีพศ 2562 ซึ่งน้องเปิ้ลบอกว่าน้องเปิ้ลนั้นเรียนชั้นเดียวกับนาย M

เนื่องจากว่าทำการบ้านแล้วไม่เข้าใจจึงได้เดินเข้าไปถามใน M ในห้องซึ่งในขณะนั้นเห็นว่าใน M กำลังดูคลิปวีดีโอโป๊อยู่น้องเปิ้ลจึงได้เดินออกจากห้องมาแต่ในเอ็มมากระชากตัวน้องเปิ้ลเข้าไปในห้องหลังจากนั้นก็ทำการข่มขืนน้องเปิ้ลรวมทั้งข่มขู่ไม่ให้น้องเปิ้ลนั้น

ไปเล่าให้คนอื่นฟังซึ่งเหตุการณ์ที่นายเอ็มข่มขืนน้องเปิ้ลนั้นในเอ็มไปทำแค่ครั้งเดียวเท่านั้นส่วนพ่อของนาย M ซึ่งเป็นครูวีระชัยนั้นกระทำมาตลอดตั้งแต่ปีพศ 2560 จนถึงปัจจุบันในที่สุดต้องเบิ้ลทนไม่ไหวจึงได้มีการบอกเรื่องราวดังกล่าวให้ครอบครัวของคุณเองทราบหลังจากนั้นพ่อกับแม่จึงพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจปั๊มน้ำหลักฐานการถูกข่มขืน

และให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูและนำมาซึ่งการจับกุมนายวีระชัยในครั้งนี้  ส่วนนาย M นั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการติดต่อไปยังทางครอบครัวของนายเอ็มแล้วให้นำนายเอมามอบตัวซึ่งจะต้องมีการนำในเอ็มนั้นมาพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพด้วยเกี่ยวกับเรื่องของขั้นตอนการข่มขืน

ซึ่งตอนนี้ทั้งครอบครัวของนาย M ยังไม่มีการภายใน M มามอบตัวแต่อย่างใดส่วนทางด้านของนายวีระชัยเองนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิเสธการประกันตัวเนื่องจากว่าคดีนั้นมีโทษค่อนข้างเยอะจึงได้มีการส่งตัวนายเอ็มเข้าไปฝากขังไว้เรียบร้อยแล้ว

และเรื่องสถานที่ทำงานของนายเอ็มที่เป็นโรงเรียน ทางโรงเรียนได้มีการประกาศไล่นายเอ็มออกจากงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากว่าใน M นั้นเป็นครูสัญญาจ้างเท่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการส่งตรวจสอบทางด้านวินัยนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  sagame mobile

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สาว15 ปีถูกลุงที่เป็นครูข่มขืน สุดช้ำพี่ชายก็ร่วมลงมือข่มขืนด้วย

จักรยานในคอนโดหายหลายคันเสียหายนับแสนบาท

จักรยานในคอนโดหายหลายคันเสียหายนับแสนบาทพบอดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยย่องเป็นขโมยเสียเอง 

           เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมพ.ศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงการจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยกางเกงในมาจากคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งเจอเหตุการณ์นี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกมาเปิดเผยเรื่องราวว่าที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดดังกล่าวนั้นต่างก็พากันรวมตัวมาแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้ตามหาคนร้ายที่มาขโมยจักรยานของคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดดังกล่าวเนื่องจากว่าปัจจุบันนี้จักรยานของคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดนั้นหายรวมกันแล้วถึง 28 คันด้วยกัน

ซึ่งแต่ละคันที่หายไปนั้นราคาแพงมากบางคันราคาหลักแสนเลยก็มีดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการติดตามหาคนร้ายที่มาขโมยจักรยานไปจนในที่สุดก็สามารถพบได้ว่าคนละที่จะมาขโมยจักรยานนั้นเป็นอดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ทำงานอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งดังกล่าวแล้วลาออกไปจึงทำให้เขารู้ช่องทางการหลบหนีและช่องทางหลบหลีกกล้องวงจรปิดได้เป็นอย่างดีอีก

ทั้งวิธีการขโมยรถจักรยานของเขานั้นเขาจะใช้วิธีการแต่งกายคล้ายกับคนออกกำลังกายแล้วเดินมาที่ตรงที่จอดจักรยานแล้วหามุมอับมองหารถจักรยานที่ค่อนข้างดูดีและที่สำคัญเลือกรถจักรยานที่มีการใส่กุญแจไม่แน่นหนามากนักหลังจากนั้นเขาก็ใช้ครีมบล็อคทำการตัดแม่กุญแจออกและถ้าหากรถคันไหนมีการปิด GPRS เขาก็จะมีการเอาทิ้งหลังจากนั้นก็จะขี่จักรยานออกไปจากคอนโด

โดยที่พนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นๆก็จะไม่สงสัยเลยว่าเขาใช้เจ้าของจักรยานอันนั้นจริงหรือไม่หลังจากที่เขาได้มาแล้วเขาก็จะนำไปขายให้กับคนที่อยากได้จักรยานซึ่งจะอยู่แถวบริเวณย่านรามคำแหงโดยบอกกับคนที่รับซื้อจักรยานว่าเขาเป็นพนักงานขายจักรยานนำจักรยานของที่โรงงานมาขายในราคาถูกครั้งนี้เขาจะขายให้กับคนที่ต้องการซื้อจักรยานในราคาเพียงแค่คันละ 2,000 บาท

เท่านั้นเนื่องจากว่าเขาไม่รู้ราคาจักรยานที่แท้จริงว่าแต่ละครั้งที่เขาขโมยมานั้นราคาเท่าไหร่ซึ่งจากข้อมูลที่ไปเช็คกับผู้เสียหายนั้นจักรยานแต่ละคันนั้นราคาเป็นแสนบาทเลยทีเดียวและจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลักมีการตรวจสอบประวัติชายกูต้องหาคนดังกล่าวพบว่าเคยมีคดีเกี่ยวกับเรื่องลักขโมยมาแล้ว

ซึ่งเคยติดคุกมาแล้วเมื่อปีพศ 2560 และเมื่อพ้นโทษมาเขาก็มาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหลังจากนั้นก็มาก่อเหตุขโมยจักรยานไปขายซึ่งในขณะนี้มีผู้ที่มาแจ้งความดำเนินคดีกับเขาแล้วจำนวน 8 คนส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการประสานงานให้มาแจ้งความเพิ่มเติม

 

สนับสนุนโดย  สูตร sagame

โพสท์ใน ข่าวสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน จักรยานในคอนโดหายหลายคันเสียหายนับแสนบาท

ประเทศเกาหลีใต้ จำเป็นต้องปิดโรงเรียนเพิ่มอีก 251 แห่ง

ประเทศเกาหลีใต้ จำเป็นต้องปิดโรงเรียนเพิ่มอีก 251 แห่ง เพราะมีผู้ป่วยโควิดเพิ่มสูงขึ้น

       มีรายงานข่าวเข้ามาเมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมปีพ.ศ 2563    ว่า ว่ารัฐบาล เกาหลีใต้ได้มีการประกาศให้ปิดโรงเรียนจำนวนทั้งสิ้น 251 โรงเรียนในเขตเมืองบูชอนซึ่งสาเหตุของการแจ้งปิดโรงเรียนแบบฉุกเฉินในครั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพิ่มมากขึ้นในเมืองบูชอนนั่นเองโดยจากการสำรวจจำนวนผู้ติดเชื้อพบว่าในเมืองบูชอนนั้นตอนนี้มีผู้ติดเชื้อรวมทั้งสิ้น 102 คน

แล้วส่วนสาเหตุของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในเมืองบูชาในครั้งนี้มีการคาดการณ์กันว่าน่าจะมีการเกิดจากการที่ มีการค้นพบโกดังสินค้าของบริษัทใส่ขายสินค้าออนไลน์แห่งหนึ่งซึ่งบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้และบริษัทแห่งนี้ได้มีการสร้างโกดังขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในเมืองบูชอนโดยมีการค้นพบว่าพนักงานในโกดังสินค้าแห่งนี้

มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วทั้งสิ้น 102 คนดังนั้นทางการของประเทศเกาหลีใต้จึงเกรงว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในเมืองบูชานั้นจะมีการขยายเพิ่มมากขึ้นจึงได้มีการประกาศให้เด็กนักเรียนนั้นหยุดโรงเรียนไปก่อนชั่วคราวแล้วจากกระแสการตรวจสอบพบว่าสาเหตุที่มีคนติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรน่ามาถึงเมืองบูชอนนั้นก็พบว่ามีพนักงานบางคนนั้นไปเที่ยวผับที่อิแทวอน

ซึ่งเป็นผับที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าไปเที่ยวแล้วเกิดการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในช่วงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เองซึ่งเป็นไปได้ว่าพนักงานที่ทำงานอยู่ในโกดังสินค้าออนไลน์ที่บูชอนนั้นก็อาจจะมีการไปเที่ยวที่ผับในช่วงเวลาที่มีการระบาดเช่นเดียวกันหลังจากนั้นน่าจะมีการกลับมาทำงานแล้วนำเชื้อมาแพร่ระบาดให้กับพนักงานในโกดังสินค้าจนทำให้มีพนักงานจำนวน 102 คน

ต้องติดเชื้อไวรัสโคโรนาตามไปด้วย จากข้อมูลการสำรวจจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นพบว่าเมื่อประมาณวันที่ 28 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 เมืองบูชอนพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าประมาณ 89 คนซึ่งเป็นยอดที่สูงมากเนื่องจากว่าตลอดระยะ 2 เดือนที่ผ่านมานั้น

จำนวนผู้ติดเชื้อของไวรัสมรณะลดลงตามลำดับแต่อย่างไรก็ดีพบว่าแค่เพียงภายใน 1 วันแค่นั้นมีผู้ติดเชื้อไวรัสระนาบเพิ่มเข้ามาอีก 39 คนด้วยกันทำให้ตอนนี้มีจำนวนคนติดเชื้อที่ประเทศเกาหลีใต้สะสมเพิ่มมากขึ้นมาเป็น 11441  คนแล้วซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากขนาดนี้ส่งผลให้ทางรัฐบาลตัดสินใจที่จะมีการประกาศปิดโรงเรียนไปก่อนและเลื่อนเปิดอีก ห้าร้อยกว่าแห่งอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  sagame

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประเทศเกาหลีใต้ จำเป็นต้องปิดโรงเรียนเพิ่มอีก 251 แห่ง

ไปโดนตัวไหนมา

คนงง กันทั้งบาง เมื่อชายคนหนึ่งจอดรถกลางถนน แล้วร้องเพลงแสงสุดท้ายของพี่ตูน พร้อมชูมือขึ้นฟ้า

            กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมากอยู่ในขณะนี้เมื่อมีชายคนหนึ่งได้โพสต์คลิปลงใน Facebook ของตนเองซึ่งถ้าภายในคลิปนั้นจะเห็นได้ว่าที่ถนนแห่งหนึ่งแถวบริเวณกลางสี่แยกได้มีผู้ชายคนหนึ่งขับรถเก๋งคันสีขาวมาจอดตรงกลางสีแรกหลังจากนั้นเขาก็ลงจากรถแล้วชูมือขึ้นฟ้าพร้อมกับร้องเพลงแสงสุดท้ายซึ่งเป็นเพลงร็อคของวงรี Bodyslam

หลังจากเมื่อเขาร้องเพลงเสร็จแล้วเขาก็กลับขึ้นรถแล้วขับรถออกไปซึ่งสร้างความฉงนงงงวยให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมากว่าชายคนดังกล่าวลงมาเพื่อร้องเพลงเพื่ออะไรจากคลิปดังกล่าวนั้นได้มีการแชร์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนมองว่าชายคนดังกล่าวนั้นอาจจะมีปัญหาทางจิตหรือไม่แต่ละคนก็มองไปเป็นในเรื่องของการแข่งขันส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเมื่อเห็นคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้น

ก็เตรียมที่จะออกติดตามตัวหาชายที่อยู่ในคลิปเนื่องจากว่าการจอดรถโดยในพื้นที่ที่ไม่สามารถจอดได้นั้นผิดกฎหมายและจอดรถโดยที่ไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องจอดทำให้เกิดปัญหารถติดตามมาจึงต้องรีบนำตัวมาดำเนินคดีอย่างไรก็ตามจากในคลิปวีดีโอนั้นทางผู้อัดคลิปได้ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถนนที่มีการถูกระบุอยู่ในคลิปนั้นบอกว่าเป็นตรงสี่แยกข่วงสิงห์อย่างไร

ก็ตามมีผู้ที่ใช้ Facebook ได้มีการออกมาตอบโต้กับทางเจ้าของ Facebook นี้ว่าตัวของพวกเขาเองก็เคยเห็นรถดังกล่าวทำพฤติกรรมแปลกๆเช่นเดียวกันซึ่งหลายคนก็มีการมาแชร์ประสบการณ์จากที่เคยเห็นซึ่งทุกคนก็มองว่าชายคนดังกล่าวน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพทางจิต

          สำหรับเรื่องนี้ถ้าจะมองในมุมของการตลกขบขันก็สามารถมองได้เช่นเดียวกันเพราะว่าจริงๆแล้วชายคนดังกล่าวก็เพียงแค่ลงมาร้องเพลงให้คนได้เห็นและสร้างความขบขันเพียงเท่านั้นแต่ในอีกมุมมองหนึ่งก็คือการที่เขาจอดรถขวางตรงบริเวณสี่แยกไฟแดงนั้นเป็นเหตุให้ทำให้เสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดอุบัติเหตุได้หากรถวิ่งมาด้วยความเร็วและไม่ได้

เกิดการชะลอก็อาจจะทำให้เกิดการเฉี่ยวชนและอาจจะมีผู้บาดเจ็บหรือมีผู้เสียชีวิตก็ได้ดังนั้นกรณีที่ใช้คนดังกล่าวทำนั้นจึงไม่สมควรที่จะทำอย่างยิ่งทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งพยายามตามหาตัวชายคนดังกล่าวเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีต่อไปซึ่งความผิดของเขานั้นน่าจะถูกดำเนินคดีอยู่ประมาณ 2 กระทงด้วยกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน บาคาร่า

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไปโดนตัวไหนมา

คืบหน้าคดีน้องชมพู่มีหมอธรรมตาทิพย์

คืบหน้าคดีน้องชมพู่มีหมอธรรมตาทิพย์บอกจุดที่ซ่อนเสื้อของคนร้าย ชาวบ้านเชื่อจุดนี้น่าจะมีอยู่จริง

     จากคดีที่มีเด็กหญิงอายุ 3 ขวบชื่อว่าน้องชมพู่หายตัวออกจากบ้านไปเป็นระยะเวลาเกือบ 5 วันหลังจากนั้นก็มีการพบศพน้องอยู่ที่บริเวณภูเขาทางด้านหลังของหมู่บ้านซึ่งจุดที่พบศพของน้องชมพู่นั้นอยู่ห่างจากบ้านของน้องประมาณ 5 กิโลเมตรโดยทั้งนี้ตั้งแต่วันที่พบศพจนถึงปัจจุบันนี้ผ่านมาหลายวันแล้วก็ยังไม่สามารถติดตามหาตัวคนร้ายได้

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็เพียงแต่มีผู้ต้องสงสัยไว้เท่านั้นแต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถเอาผิดใครได้เลยซึ่งขณะนี้ทางผู้ต้องสงสัยทั้ง 7 รายก็ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับเรื่องของการตามหาพยานหลักฐานต่างๆนั้นพบว่าคนร้ายมีความรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องของการทำลายหลักฐานเนื่องจากว่าไม่สามารถติดตามหาหลักฐานใดกล่าวถึงตัวคนร้ายได้เลย

พบเพียงแค่ของเล่นเล็กๆน้อยๆเช่นแหวนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแหวนของคน และของเล่นเด็กซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของเล่นที่รอให้น้องชมพู่ออกมาหารวมถึงรองเท้าและของกินที่คนร้ายน่าจะเตรียมมากินเองแต่อย่างไรก็ตามหลักฐานทุกชิ้นที่ได้มานั้นไม่มีร่องรอยลายนิ้วมือแฝงของใครเลย

ซึ่งคนร้ายน่าจะมีการเช็ดออกทั้งหมดเพื่อป้องกันการสืบหาตัวตนเองได้ในขณะเดียวกันพวกชาวบ้านก็ช่วยกันตามหาหลักฐานเพื่อที่คนในหมู่บ้านจะได้พ้นผิดโดยมีหมอดูคนหนึ่งซึ่งเป็นหมอดูชื่อดังในหมู่บ้านที่ชื่อว่าหมอดูทำตาทิพย์หมอดูท่านนี้ได้มีการออกมาพูดถึงจุดที่น่าจะเจอเสื้อของน้องชมพู่ที่หายไปจนถึงตอนนี้กำลังตามหาไม่เจอว่าคนร้ายได้มีการนำเสื้อดังกล่าวไปซ่อนไว้ตรงบริเวณต้นไม้ใหญ่ 2 ต้น

ซึ่งมีการเอาหินทับไว้โดยหมอดูคนดังกล่าวยังบอกอีกด้วยว่าต้นไม้ใหญ่ทั้งสองต้นนั้นเป็นต้นงิ้วและต้นอ้อจะอยู่แถวบริเวณภูเขาอีกทางนึงของจุดที่พบศพเมื่อนักข่าวสอบถามเกี่ยวกับชาวบ้านถึงข้อมูลที่ทางหมอทำตาทิพย์ให้มานี้ชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเชื่อว่าสถานที่แห่งนั้นมีอยู่จริงเพราะบางคนก็เคยเห็นโดยชาวบ้านคนหนึ่งแนะนำว่าให้นักข่าวเดินไปทางจุดที่หมอทำตาทิพย์บอก

เพราะเชื่อว่าอาจจะมีการเจอเสื้อของน้องชมพู่ก็ได้ซึ่งบริเวณที่หมอทำตาทิพย์แนะนำนั้นจะเป็นแหล่งที่อยู่ใกล้น้ำแถวบริเวณหน้าผาซึ่งจะมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นโดยต้นต้นก็ชอบขึ้นอยู่บริเวณนั้นด้วยซึ่งถ้าหากทางเจ้าหน้าที่ไปหาตามจุดที่หมอทำตาทิพเจอเสื้อ

ก็แสดงว่าก่อนหน้านี้ที่มีพระทำนายเรื่องของจุดที่จะพบศพของน้องว่าจะอยู่ใกล้แหล่งน้ำแต่ไม่มีน้ำนั้นก็จะเป็นเรื่องจริงขึ้นมาทันทีอย่างไรก็ดีตอนนี้ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปตามหาตามที่หมอทำตาทิพย์มีการระบุเอาไว้ซึ่งก็ยังไม่มีการยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปหาแถวนั้นจริงหรือไม่

 

ขอบคุณ เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก  ที่ให้การสนับสนุน

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน คืบหน้าคดีน้องชมพู่มีหมอธรรมตาทิพย์