ไอซ์ หีบเหล็กถูกแฉอีกแล้ว

 จากกรณีที่ไอซ์ หีบเหล็ก  อายุ 47 ปีได้ก่อเหตุฆ่าคนตาย

  เรื่องมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและยังมีเรื่องเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยและขณะนี้ได้อยู่ระหว่างการฝากขังไว้ที่เรือนจำนั้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังหาหลักฐานเพิ่มเพื่อที่จะได้หาเพิ่มว่านายไอซ์ ยังมีคดีอื่นอีกหรือไม่ที่ต้องดำเนินคดี ซึ่งในช่วงนี้เองนักข่าวก็ยังเดินทางไปที่บ้านของไอซ์เพื่อหาข่าวเพิ่ม ซึ่งได้มีเพื่อนบ้านของไอซ์ มาเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ไอซ์ได้เรียกช่างประปามาซ่อมท่อปะปาแล้วไอซ์ก็ไปมีเรื่องกับช่างซ่อมท่อปะปา สาเหตุก็เพราะว่าช่างซ่อมท่อประปาซ่อมท่อแล้วไม่เสร็จภายในวันเดียว ทำให้ไอซ์โมโห จึงได้เดินกลับเข้าไปในบ้านแล้วนำปืนออกมาช่างปะปาพร้อมกับด่าช่างซ่อมปะปาที่ซ่อมท่อน้ำแล้วน้ำยังขุ่นด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมกับถือปืนขู่ทำให้ช่างปะปากลัวจนต้องวิ่งหนีเข้าบ้านชาวบ้านแถวนั้น

ซึ่งชาวบ้านก็ได้ออกมาช่วยพูดกับไอซ์ว่า ช่างยังซ่อมท่อไม่เสร็จเดี๋ยวซ่อมเสร็จน้ำก็ไส แต่นายไอซ์ยังโมโหจึงได้ด่าช่างประปาเพิ่มเสร็จแล้วจึงเดินเข้าบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด

ซึ่งในปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังต้องหาพยานหลักฐานเพื่อนำมาดำเดินคดีกับนายไอซ์เพราะนายไอซ์ไม่ยอมรับสารภาพโครงกระดูกที่พบในบ่อน้ำ โดยนายไอซ์บอกว่าไม่รู้เรื่อง เขารับสารภาพแค่เรื่อง ยาเสพติด เรื่องปืน และเรื่องการฆ่าน้องกุ๊บกิ๊บเท่านั้น

ซึ่งในวันที่นักข่าวลงพื้นที่ได้ไปเจอกับสาวไซด์ไลน์ที่เคยเข้าไปในบ้านของนายไอซ์ 2 ครั้งซึ่งเธอได้เล่าให้นักข่าวฟังว่าก่อนที่นายไอซ์จะมีความสัมพันธ์ด้วยมักจะต้องมีการเสพยาก่อนทุกครั้งและเธอสังเกตตอนที่เธอไปบ้านในไอซ์ครั้งที่สองเธอเห็นว่านายไอซ์เสพยาเยอะขึ้นและมีอารมณ์รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นพอนายไอซ์ชวนเธอไปครั้งที่สามเธอเลยไม่กล่าวไปอีก

ทำให้เธอไม่ได้โดนฆ่าไปด้วย และยังมีชาวบ้านมาให้ข้อมูลกับนักข่าวอีกว่า หลังจากที่นายไอซ์ติดคุกไปแล้ว ชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงหมาหอนตลอดโดยเฉพาะวันพระใหญ่ หมาจะหอนเสียงดังทั้งคืน ซึ่งชาวบ้านพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

และชาวบ้านแถวนั้นส่วนใหญ่มักจะมีคนพบเห็นวิญญาณของผู้หญิงมาขอความช่วยเหลือ โดยมาขอความช่วยเหลืออยากให้พากลับบ้าน ชาวบ้านหลายคนที่อาศัยอยู่หอพักใกล้ใกล้กับบ้านของไอซ์ ต่างก็พากันย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เพราะต่างก็กลัววิญญาณที่ถูกไอซ์ฆ่าตายจะมาหลอกหลอน

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไอซ์ หีบเหล็กถูกแฉอีกแล้ว

เตือนวัยรุ่นเรื่องเปิดเพลงเสียงดัง

โดนรุมกระทืบถึงบ้าน เหตุเพราะเตือนวัยรุ่นเรื่องเปิดเพลงเสียงดัง

       การที่เราต้องอยู่บ้านติดกันเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ก็ควรจะต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันแต่บางครั้งก็มีสถานการณ์จุกจิกทำให้เพื่อนบ้านมีปัญหากันได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ข้างบ้านชอบทำเสียงดัง ซึ่งมีรายงานข่าวมาว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเรื่องที่ข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดัง

ซึ่งคนเพื่อนบ้านจึงได้เดินไปถามทำไมเปิดเสียงดังจัง จึงเป็นสาเหตุทำให้คนที่เข้าไปถามถูกทำร้ายโดนรุมกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีกล้องวงจรปิดบันทักภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ ซึ่งในคลิปเราจะได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังร้องห้ามไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นรุมกระทืบแฟนของตัวเอง

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ของจังหวัดอยุธยา

ซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่าพวกที่รุมทำร้ายนั้นไม่ได้สนใจเสียงห้ามปราบของผู้หญิงที่อยู่ในคลิปเลย และเมื่อมีการเผยแพร่ภาพนี้ออกมาก็มีคนเข้ามาวิจารณ์คลิปนี้กันเป็นจำนวนมาก และทุกคนต่างก็อยากรู้สาเหตุว่าทำไมต้องทำร้ายกันรุนแรงมากมายขนาดนี้

ทางนักข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อนักข่าวไปถึงก็พบว่าบ้านคนที่ถูกทำร้ายกับบ้านคนที่รุมทำร้ายอยู่ใกล้กันห่างกันเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้นซึ่งตอนที่นักข่าวไปถึงทั้งสองบ้านปิดประตูเงียบ นักข่าวจึงได้เดินทางไปสอบถามกับเพื่อนบ้านของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเพื่อนบ้านคือคุณ โชค ( ชื่อสมมุติ ) ได้บอกกับนักข่าวว่าได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ ตอนเวลาประมาณ ห้าทุ่ม โดยหลังจากมีการทะเลาะกันข้าวของก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากส่วน สาเหตุนั้นก็เพราะนายไผ่ ซึ่งเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บได้เข้าไปตักเตือนบ้านคู่กรณีบอกว่าทำไมเปิดเพลงเสียงดังจังทำให้ฝ่ายบ้านที่เปิดเพลงไม่พอใจที่นายไผ่มาต่อว่า จึงได้โวยวายใส่นายไผ่ ซึ่งนายไผ่ก็ไม่ได้ว่าอะไรโดยนายไผ่ก็เดินกลับเข้าบ้านตามปกติหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงโวยวายตามไล่หลังมา

ซึ่งเพื่อนบ้านทีเล่าเหตุการณ์ให้นักข่าวฟังบอกว่าเขาอยู่ในห้องนอนแล้วแต่ได้ยินเสียงโวยวายเขาจึงได้ชะโงกหน้ามาดูโดยเขาเห็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณเกือบ 10 คนพากันรุมสกรัมคุณไผ่แล้วก็พากันเดินออกมาจากจุดเกิดเหตุ และหลังจากนั้นก็มีคนพาคุณไผ่ไปทำงาน ซึ่งหลังจากที่ก่อเหตุเสร็จแล้วบ้านหลังที่ก่อเหตุก็พากันหนีไปเลยในคืนนั้น เพราะกลัวความผิด 

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เตือนวัยรุ่นเรื่องเปิดเพลงเสียงดัง

ประเทศจีนแจ้งเรื่องที่น่าเศร้าใจ

สุดเศร้าไวรัสโควิด-19 คร่าชีวิตแพทย์จีนที่เลื่อนงานแต่งงานเพื่อมาช่วยรักษาคนติดเชื้อไวรัส

   มีรายงานข่าวในประเทศจีนแจ้งเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งว่า วงการแพทย์ของจึนได้สูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถมากอีกหนึ่งคนแล้ว นั้นก็คือ นายแพทย์ เผิง หยินหัว ซึ่งเป็นเป็นหมอหนุ่มที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการรักษาโรคเกี่ยวกับปอด

โดยเขาเสียชีวิตในวัยเพียงแค่ 29ปีเท่านั้น โดยสาเหตุที่เขาต้องมาจบชีวิตด้วยวัยเพียง 29 ปีนั่นก็เพราะว่าเขาได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  เนื่องจากเขาได้มาช่วยดูแลคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วเขามีกำหนดที่จะแต่งงานกับแฟนสาวคนสวยของเขา แต่เขาก็เลือกที่จะมาช่วยผู้คนก่อนด้วยการเลื่อนงานแต่งานกับแฟนสาวออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะต้องการที่จะมาช่วยกลุ่มคนที่ติดเชื้อให้หายดีเสียก่อน

    ซึ่งเรื่องที่น่าเศร้านี้ได้มีการรายงานข่าวมาจากสื่อของจีน เมื่อวันที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2020 ว่านายแพทย์ เผิง หยินหิน

ซึ่งเป็นแพทย์ฝีมือดีคนหนึ่งได้เสียชีวิตลงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ซึ่งนายแพทย์คนดังกล่าวได้อาสาที่จะเข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ด้วยตนเอง โดยเขาได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาล First People’s Hospital  ที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเขาจะอยู่แผนกที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงวิกฤตแล้ว เขาเป็นนายแพทย์ที่ดี

และมีคุณธรรม เขายอมเสียสละทุกอย่างเพื่อที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยที่เขาต้องขอเลือนงานแต่งงานกับเจ้าสาวของเขา แบบไม่มีกำหนดว่าจะสามารถแต่งงานกันอีกได้เมื่อไร เพราะเขาต้องการที่จะช่วยให้คนจีนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ แต่เป็นที่น่าเสียใจที่สุดท้ายแล้วไวรัสโควิด-19 ก็มาคร่าชีวิตนายแพทย์ที่แสนดีคนนี้ไปอีกคน

  ซึ่งมีรายงานข่าวเกี่ยวกับอาการป่วยของเขาว่า เขาได้เข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสไปเมื่อวันที่ 25 เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2020 นี่เองและหลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวไม่กี่วันอาการของเขาก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยเรื่อย จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์เขาถูกส่งตัวไปยังแผนกผู้ป่วยวิกฤติ ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันที่เขาและแฟนสาวจะต้องเข้าพิธีวิวากันแล้ว

แต่เขากลับได้เข้ามาอยู่ในห้อง ICU แทน จนเวลาผ่านมาถึงวันที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ เขาก็จากไปอย่างสงบตอนเวลา 21.50 น. ซึ่งการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์นี้ครั้งนี้ ได้มีคนในโลกโซเชียลพากันร่วมใจไว้อาลัยให้กับนายเผิง โดยเขาถือได้ว่าเป็นนายแพทย์ผู้ที่เสียสละให้กับคนไข้อย่างแท้จริง

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประเทศจีนแจ้งเรื่องที่น่าเศร้าใจ

ฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว

กู้นอกระบบ ดอกเบี้ยหลักแสน ชวนเหตุให้เสี่ยเต็นท์รถ ฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว

         จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่มีเหตุการณ์ที่เสี่ยเจ้าของเต็นท์ขายรถก่อเหตุชวนคนในบ้านรวมทั้งสิ้น 5 คน กินยานอนหลับพร้อมรมขวัญฆ่าตัวตายทั้งครอบครัวพร้อมกับสุนัขอีก 6 ตัวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยปมสาเหตุที่ทำให้เสี่ยเจ้าของเต็นท์ ภัณตภณ ออโต้ ต้องฆ่าตัวตายพร้อมกับคนในครอบครัวว่า

สาเหตุที่แท้จริงนั้นมากจาก เสี่ยเจ้าของเต็นท์รถยนต์ได้มีการไปกู้เงินนอกระบบมาเป็นค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนสูงถึงสิบล้านบาท  เนื่องจากเสี่ยมีกิจการหลายอย่างจึงต้องนำเงินมาหมุนใช้ ซึ่งทางเสี่ยจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าดอกเบื้ยทุกเดือนเป็นจำนวนสูงถึงเดือนละหนึ่งแสนบาท ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าดอกเบื้ยได้ทันจึงเป็นสาเหตุของการคิดสั้นทั้งครอบครัวในครั้งนี้

ข่าวที่ทำให้สังคมกำลังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ก็คือ 

การที่เฮียตี๋ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ กัณตภณ ออโต้ ซึ่งเป็นกิจการขายรถยนต์ ได้มีการรมควันตัวเองและคนในครอบครัว ตายรวมกันในห้องนอน รวมทั้งสิ้น 5 ศพพร้อมทั้งสุนัขคู่ใจอีก 6 ชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างความสลดใจกับคนที่ได้ทราบข่าวกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบปมชนวนที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุทีทำให้ทุกคนในครอบครัว แป้นวงศ์ ตัดสินใจคิดสั้นในครั้งนี้ว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากหนี้สินที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหลักฐานเป็นข้อความที่มีการเขียนบันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือของภรรยาของเฮียตี๋

โดยใจความในมือถือ มีลักษณะคล้ายกับเป็นการตัดพ้อให้กับชีวิตและเป็นการเขียนเหมือนคนที่สิ้นหวังในชีวิตและไม่สามารถหาทางออกให้กับตัวเองและคนในครอบครัวได้ จึงทำให้ต้องมีเหตุการณ์ที่เศร้าสลดเกิดขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เฮียตี๋มีกิจการอยู่สามอย่างนั่นก็คือ

เปิดเต้นท์ขายรถ   เปิดโรงทำน้ำแข็งขายและยังมีกิจการร้านกาแฟ ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่าเฮียตี๋ได้ไปกู้เงินนอกระบบรวมทั้งสิ้น 10 บาทและยังได้มีการไปยืมเงินเพื่อนมากอีก 1 ล้านบาท ซึ่งทำให้สเฮียตี๋ต้องรับผิดชอบกับดอกเบี้ยที่ค่อยข้างเยอะ

โดยจะต้องหาเงินจ่ายดอกเบี้ยเดือนละแสนกว่าบาท ซึ่งสถานนะกิจการของเฮียตี๋ตอนนี้ไม่ค่อย รถขายไม่ค่อยได้ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีของประเทศไทยตอนนี้ทำให้เฮียตี๋เกิดความเครียดเพราะไม่มีเงินมาหมุนในแต่ละเดือน จึงทำให้เฮียตี๋และทุกคนในครอบครัวต้องตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว

โพสท์ใน ข่าวเด่น | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว

พ่อเครียดทำร้ายตนเองแถมยังเอามีดจี้ลูก

ปัญหาเศรษฐกิจทำให้พ่อเครียด ทำร้ายตนเองแถมยังเอามีดจี้ลูก

เป็นเรื่องราวที่หลายคนได้ฟัง แล้วก็เกิดความเป็นห่วง ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กเล็กภายในครอบครัวแต่ก็สามารถทำให้กลายมาเป็นเรื่องใหญ่ได้  ซึ่งครอบครัวที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี้เป็นครอบครัวเล็กเล็กที่ช่วยกันทำมาหากิน แต่เศรษฐกิจก็ไม่ดี

และลูกชายคนเดียวของครอบครัวก็ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทำให้พ่อที่เครียดเรื่องหาเงินยากแล้วยังต้องมาเครียดเรื่องของลูกอีก ทำให้พ่อเกิดความเครียดเป็นอย่างมาก ก่อเหตุคว้าเอามีดมาจี้ที่คอของลูกชายแล้วดึงตัวออกมานอกบ้าน 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น มีคุณพ่อวัย 42 ปีซึ่งมีอาชีพขายของชำ เกิดความเครียดอย่างมากได้มีการนำมีดมาจี้ที่คอลูกชายแล้วลากออกมาจากบ้าน เมื่อชาวบ้านแถวนั้นเห็นก็พากันมาช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้พ่อปล่อยตัวลูก แต่คนเป็นพ่อก็ไม่ได้สนใจยังคงลากเอาตัวลูกเดินไปตามถนนพร้อมกับเอามีดจี้และปากก็พูดจากสั่งสอนลูกเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดที่ลูกไปยุ่งเกี่ยว

ซึ่งพ่อได้พาลูกเดินไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตรก็ได้ปล่อยตัวลูกชายออกมาแล้วหลังจากนั้นก็เอามีดที่เคยเอาจี้คอลูกมาทิ่มพุงของตัวเองแทนแล้วก็เดินไปเรื่อยเรื่อยจนถึงศาลเจ้าปู่หลังเขียว ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์ที่ชาวบ้านแถบนี้ให้ความเคารพนับถือ

ซึ่งระหว่างที่เดินเอามีดทิ่มพุงตัวเองแล้วเดินไปนั้นก็ตะโกนบอกไม่ให้ชาวบ้านเข้ามายุ่งเรื่องของตัวเอง ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง ซึ่งระหว่างนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยพูดจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานประมาณเกือบสองชั่วโมง แต่ก็ไม่สำเร็จชายคนดังกล่าวยังเอามีดทิ่มพุงตัวเองตลอดเวลา

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจที่จะเข้าชาร์ตตัวชายคนดังกล่าวเพราะกลัวว่าหากปล่อยไว้นานกว่านี้ชายคนนั้นจะบาดเจ็บมากไปกว่านี้ในขณะที่กำลังเตรียมอุปกรณ์กันอยู่นั้น ภรรยาของคนที่เอามีดทิ่มพุงตัวเองก็เดินเข้าไปหาสามีแล้วตรงเข้าไปสวมกอดสามี

เพียงแค่เท่านี้สามีที่กำลังเอามีดแทงพุงตัวเองอยู่นั้นก็วางมีดลงทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านต่างโล่งใจกันเป็นอย่างมาก 

ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านต่างก็บอกว่าชายคนที่ก่อเหตุนั้นเป็นคนดีแต่อาจจะด้วยเขามีปัญหาเรื่องการขายของที่ไม่ดี เพราะเศรษฐกิจตอนนี้กำลังแย่ และมารู้เรื่องว่าลูกชายเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดคงทำให้เขาเกิดความเครียดจึงมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน พ่อเครียดทำร้ายตนเองแถมยังเอามีดจี้ลูก

ก่อเหตุยิงสนั่นกลางห้างย่านอนุสาวรีย์

ก่อเหตุยิงสนั่นกลางห้างย่านอนุสาวรีย์ เหตุเพราะหึงหวงเมียเก่า 

   มีเหตุการณ์ระทึกกลางห้างเซนจูรี่ตรงย่านอนุสาวรีย์ ที่ชั้น 4 ณ บริเวณร้านคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง โดยมีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปภายในคลีนิกแล้วใช้ปืนที่เตรียมมาก่อเหตุยิงเมียเก่าที่เพิ่งจดทะเบียนหย่ากันได้ประมาณ 7 วันจนตาย

ซึ่งจากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดจะพบว่าคนตายนั่งทำงานอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ของคลีนิกพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน โดยภายในคลีนิกก็มีลูกค้ามานั่งคอยรับบริการอยู่หลายคน ซึ่งอยู่ดีดี ชายคนดังกล่าวก็เดินเปิดประตูเข้ามาภายในร้านแล้ว เดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ซึ่งมีอดีตเมียที่เพิ่งเลิกกันไปได้อาทิตย์เดียวนั่งอยู่

โดยชายคนดังกล่าวไม่พูดอะไรอยู่อยู่ก็ยกปืนที่เตรียมมาขึ้นยิงใส่อดีตเมียทันทีเป็นจำนวนหลายนัด มีผลให้อดีตเมียเก่าเสียชีวิตคาทีและกระสุนปืนได้ได้ไปโดนถูกพนักงานที่นั่งทำงานอยู่ใกล้ใกล้กับผู้เสียชีวิตจนได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งคน 

ซึ่งการการตรวจสอบพื้นที่ก่อเหตุพบว่าผู้ก่อเหตุชื่อว่านาย อดุลย์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ติดป้ายทะเบียนปลอมเข้ามาที่ห้างทีเกิดเหตุดังกล่าวและเมื่อมาถึงนายอดุลย์ก็ตรงไปที่ชั้นสี่ และเข้าไปก่อเหตุทันที และเมื่อยิงอดีตเมียเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาจากร้านและได้ขี่รถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามจับกุมตัวเพื่อนำมาดำเนินคดี

สำหรับประวัติของผู้ก่อเหตุนั้นพบว่าเป็นพนักงานของห้างแห่งหนึ่งอยู่เขตพื้นที่แถวพระราม 1 แต่ชอบเปลี่ยนงานอยู่บ่อยบ่อยและทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตได้อยู่กินด้วยกันมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วซึ่งทั้งคู่มีลูกด้วยกันแล้ว 1 คนซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้ากำลังเร่งติดตามตัวเพื่อนำมาดำเนินคดี

ซึ่งเมื่อนักข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่พักของนาอดุลย์ พบว่าหลังจากก่อเหตุยิงอดีตเมียจนตายแล้ว นายอดุลย์ได้กลับมาที่ห้องพักและมาเปลี่ยนเสื้อผ้าและจึงออกไปจากห้อง ซึ่งภายในห้องพักจะพบเอกสารการหย่า และปลอกระสุนปืนด้วย

โดยเพื่อนข้างห้างต่างก็บอกว่าพบเห็นนายอดุลย์กลับมาที่ห้องพักก่อนที่จะขี่รถจักรยายนต์ออกไปได้ไม่นานก็มีรายงานข่าวเข้ามาทางทีวี ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นข่าวดังกล่าวต่างก็พากันตกใจอย่างมาก เนื่องจากตอนอยู่ที่ห้องพักนายอดุลย์เป็นจิตใจดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมหอพักอย่างมาก

และที่สำคัญหลังจากที่นายอดุลย์หย่าขาดกับเมีย นายอดุลเองก็มีแฟนใหม่แล้ว ซึ่งยังเคยพาแฟนใหม่มานอนที่ห้องนี้อยู่เลย และเพิ่งพาไปส่งเมื่อวานนี้จึงไม่คิดว่านายอดุลย์จะมาก่อเหตุฆ่าเมียเก่าตาย 

โพสท์ใน ข่าวเด่น | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ก่อเหตุยิงสนั่นกลางห้างย่านอนุสาวรีย์

ข่าวการขยายถนนพระราม 2 เป็น 14เลน

อธิบดีกรมทางหลวงออกมาบอก การขยายถนนพระราม 2 เป็น 14เลนเปิดทันให้รถวิ่งช่วงสงกรานต์นี้แน่นอน

     จากที่ในปัจจุบันทางกรมทางหลวงได้มีการขยายถนนพระราม 2 ให้สามารถใช้ถนนเส้นนี้ใช้วิ่งไปกลับรวม 14 เลนเพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดเป็นอย่างมากในก่อนหน้านี้ ในวันนี้นั้นทางอธิบดีกรมทางหลวงได้ออกมาบอกข่าวดีว่าถนนเส้นดังกล่าวมีกำหนดการที่จะขยายถนนเสร็จภายในวันที่ 25 เดือนมีนาคม  ปี 2020 นี้

ซึ่งในตอนนี้การก่อสร้างถนนมีความก้าวหน้าไปเกินกว่า 80 % แล้ว

และคาดว่าประชาชนจะสามารถใช้ถนนเส้นนี้ในการเดินทางไปมาได้ก่อนที่จะถึงวันสงกรานต์นี้แน่นอน  สำหรับถนนเส้นพระราม 2 นั้นหากใครที่ต้องใช้เส้นทางนั้นเป็นประจำจะทราบว่าเป็นถนนที่มีรถวิ่งเยอะมากในแต่วัน รถมักจะติดแทบทุกช่วงเวลา ซึ่งจากเดิมมีถนนแค่เพียง 2 เลน ทางกรมทางหลวงก็ได้มีการขยายถนนออกมาเรื่อยเรื่อย

เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนรถที่มาใช้ถนนเส้นนี้ แต่ก็ไม่เคยพอสักทีเพราะถึงแม้จะขยายถนนออกมาเท่าไหร่รถก็ติดตลอดยิ่งในช่วงวันหยุดยาวหรือในช่วงเทศกาลถนนเส้นนี้รถแทบจะจอดสนิทเลย ดังนั้นทางกรมทางหลวงจึงได้มีการขยายถนนเพิ่มจนตอนนี้กลายเป็นถนน 14 เลนแล้วและหวังว่ารอบนี้ถนนจะเพียงพอกับจำนวนรถที่มาใช้บริการและไม่ก่อให้เกิดปัญหารถติดอีก

ซึ่งถนนเส้นพระราม 2 นี้ได้มีการเชื่อมต่อกับถนนอื่นอื่นอีกหลายสาย และปัจจุบันยังมีกำหนดการที่จะสร้างทางยกระดับขึ้นมาเป็น 2 ชั้นเพื่อจะได้สามารถลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ได้  ซึ่งถนนพระรามสองนี้เป็นถนนที่สามารถขับไปทางภาคใต้ได้ โดยวิ่งผ่านถนนกาญจนาภิเษก วิ่งไปทางถนนเส้นปิ่นเกล้านครชัยศรี และยังสามารถใช้ทางต่างระดับไปทางสมุทรสาครได้อีกด้วย 

    สำหรับการขยายถนนตรงเส้นพระราม 2 นี้ได้มีการทำมาหลายปีแล้วจนหลายคนถึงกับออกปากว่าเป็นถนนที่สร้างมาเจ็ดชั่วอายุคนเลยที่เดียว เพราะหากใครที่ขับรถผ่านไปเส้นนั้นทีไรก็จะเห็นว่าถนนยังคงมีการสร้างอยู่เรื่อยเรื่อย และไม่เคยมีทีท่าว่าจะหยุดสร้าง ชาวบ้านต้องทนอยู่กับเสียงพนักงานทำงานก่อสร้างและยังมีปัญหาเรื่องของฝุ่นละออง

และปัญหาเรื่องรถติดมานานหลายปี มาในวันนี้ที่อธิบดีกรมทางหลวงได้ออกมาประกาศข่าวดีสักทีว่าถนนกำลังจะใช้งานได้ และการก่อสร้างจะสิ้นสุดก่อนสงกรานต์นี้ทำให้ประชาชน มีความสุขมากมากและรอที่จะถึงวันนั้นเร็วๆ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ข่าวการขยายถนนพระราม 2 เป็น 14เลน

ข่าวดี! คนไทยติดเชื้อ COVID-19 หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 1 คน

กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ผู้เจ็บป่วยติดโรค COVID-19 หรือเชื้อไวรัสโคโรนาสายชนิดใหม่ 2019 กลับไปอยู่ที่บ้านเพิ่มเติมอีกได้อีก 1 คน เหลืออีกโดยประมาณ 19 คน รอคอยเพียงแค่ผลตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ส่วนความก้าวหน้าลักษณะของเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ที่ติดโรค มีลักษณะอาการดียิ่งขึ้น

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์2563) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า

วันนี้แพทย์อนุญาตให้คนไข้ติดโรค COVID-19 หรือเชื้อไวรัสโคโรนาสายชนิดใหม่ 2019 กลับไปอยู่บ้านเพิ่ม 1 คน ซึ่งเป็นผู้เจ็บป่วยชาวไทย ข้างหลังผลตรวจเชื้อห้องปฏิบัติการเป็นลบ ทำให้ยอดคนไข้ติดเชื้อโรค หายแล้วกลับไปอยู่ที่บ้านได้รวมอยู่ที่ 15 คน จากคนป่วยติดเชื้อโรคทั้งหมด 34 คน โดยยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 19 คน

ส่วนลักษณะของพนักงานทางด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ติดเชื้อโรค อาการดียิ่งขึ้น ไม่รุนแรง ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังตามระบบ สารภาพว่า บุคลากรทางด้านการแพทย์ เป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสเชื้อได้สูง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแนวทางมาตรฐานการกระทำงาน แล้วก็ได้อบรมพนักงานสถานพยาบาลทั้งประเทศไปแล้ว พร้อมยังเน้นย้ำให้สถานพยาบาลทุกแห่ง เรียบเรียงแล้วก็กำหนดมาตรการควบคุมโรคติดต่ออันตราย หรือ โรคระบาดใหม่

ด้าน นพ.สุวิทย์ ธรรมปาโล รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งผู้อำนวยการด่านควบคุมโรค กล่าวว่า จากการคัดเลือกกรองผู้โดยสารรวมทั้งลูกเรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม (MS Westerdam) ที่เดินทางจากประเทศเขมร เพื่อเข้ามาต่อเครื่องที่เมืองไทย เพื่อกลับประเทศ ระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ก่อนหน้านี้ พบว่า โดยมากผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อต่อเครื่องกลับไปยังประเทศแถบยุโรป และก็สหรัฐอาหรับเอมิเรต มีทั้งสิ้น 44 คน แบ่งเป็นชาวต่างประเทศ 42 คน รวมทั้งคนประเทศไทย 2 คน เบื้องต้นทั้งสิ้นตรวจไม่เจอเชื้อ COVID-19 ซึ่งคนต่างประเทศเดินทางกลับประเทศ ส่วนชาวไทยนั้น ยังอยู่ระหว่างการต่อว่าดตามแล้วก็เฝ้ระวังเป็นเวลา 14 วัน

ผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัม ไม่มีไข้ บินต่อไปต่างชาติ

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า ผู้โดยสารบนเรือ Westerdam บินมาเมืองไทย 9 คน แบ่งเป็นต่างประเทศต่อเครื่องกลับประเทศ 8 คน และก็ชาวไทย 1 คน ซึ่งข้าราชการได้พิจารณาคัดเลือกกรองอย่างรอบคอบ สำหรับชาวต่างประเทศ 8 คน ตรวจสุขภาพ และก็วัดอุณหภูมิร่างกาย โดยหมอไม่เจอไข้อีกทั้ง 8 คน อุณหภูมิทางหูวัดได้อยู่ระหว่าง 36.4 – 36.9 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการทางเดินหายใจจึงอนุญาตให้บินต่อ

ส่วนชาวไทย อายุ 47 ปี ตรวจสุขภาพ อุณหภูมิ 36.8 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการทางเดินหายใจ เก็บตัวอย่างส่งไปตรวจเชื้อ COVID-19 หรือเชื้อไวรัสวัวโรนาสายชนิดใหม่ 2019 พร้อมให้ติดตามลักษณะการป่วย 14 วัน โดยครัดเคร่ง หรือถ้าหากประเมินว่าเสี่ยง ให้ไปรับตัวมากักเลย นอกเหนือจากนั้น ยังได้ออกคำสั่งให้ยกฐานะการคัดเลือกกรองทุกเที่ยวบินที่มาจากกัมพูชา โดยให้สายการบินทำ exit screening ในช่วงเวลาที่ entry screening หน้า gate พร้อมสั่งย้ำท่าอากาศยานเรียบเรียงเป็นการเฉพาะ กรณีมาแปลงเครื่อง รวมทั้งแนวทางการทำ exit screening ทุกคนที่มาจากเรือ westerdam รวมทั้งมาผ่านด่านชายแดน

โพสท์ใน ข่าวสังคม | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ข่าวดี! คนไทยติดเชื้อ COVID-19 หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 1 คน