5 วัยรุ่นร่วมกันฆ่าเพื่อน อ้างไม่พอใจที่เพื่อนเป็นสายให้กับตำรวจ

            จากเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านคนหนึ่งได้ไปขุดพบเจอโครงกระดูกจึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมีการสันนิษฐานว่าโครงกระดูกดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นนายวรัญชิต  อายุ 23 ปีซึ่งทางครอบครัวของนายวรัญชิตได้มีการมาแจ้งความคนหายเอาไว้และจากการนำข้อมูลไปตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโครงกระดูกดังกล่าวนั้นคือนายอรัญชิดจริงๆจึงได้ประสานงานกับทางพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตเพื่อแจ้งข่าวนี้ให้ทราบและได้พยายามสืบค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมว่า

ฆาตกรที่ก่อเหตุฆ่านายวรัญชิตนั้นคือใครในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ผู้ก่อเหตุนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 5 คนโดยผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คนนั้นเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิตทั้งหมดเลยจากการสอบสวนเบื้องต้นนั้นทางผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ลงมือฆ่านายวรัญชิตด้วยกันทั้ง 5 คนเหตุผลที่มีการฆ่านั้นเนื่องจากว่าทั้ง 5 คนสืบรู้มาว่านายวรัญชิตนั้นเป็นสายให้กับตำรวจ ในวันเกิดเหตุนั้นทั้ง 5 คน

ได้กำลังเสพยาและกินเหล้ากันอยู่ที่กระท่อมในสวนแห่งหนึ่งหลังจากนั้นวรัญชิต ก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาซึ่งจะมาซื้อยาเสพติดนั่นเองแต่ระหว่างที่มีการพูดคุยกันนั้นเกิดมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นทำให้เพื่อนๆทั้งๆคนนั้นต่างพากันรุมทำร้ายนายวรัญชิตด้วยการตีและก็เตะอยู่หลายครั้งจนในที่สุดนายวรัญชิต  ก็เสียชีวิตทั้ง 5 คนนั้น

จึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิตใส่ในกระสอบแล้วเอาขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อเอาไปฝังดินเพื่ออำพรางศพซึ่งเมื่อไปถึงจุดที่มีการฝังศพนั้นเพื่อนคนหนึ่งในแก๊งเกรงว่าผู้เสียชีวิตจะไม่ตายสนิทจึงได้มีการใช้ปืนยิงไปอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการขุดดินแล้วนำศพฝังลงไปในดิน

ซึ่งจุดที่ฝังศพนั้นเป็นบริเวณชายป่าต้องขับรถเข้ามาจากถนนสายเอเชียประมาณ 100 เมตรและอยู่ห่างจากจุดที่มีการทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิตนั้นประมาณ 6 กิโลเมตรหลังจากที่มีการฝังศพเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้ง 5 คนก็นั่งรถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียชีวิตนั้นไปทิ้งจุดที่นำหลักฐานไปทิ้งนั้นก็จะมีเรื่องของเสื้อผ้าของพวกคนร้ายทั้ง 5 คนที่เปื้อนเลือด

โดยนำไปทิ้งด้วยการเผาที่บ้านของหนึ่งในคนร้ายที่ฆ่านายวรัญชิตนั่นเองหลังจากนั้นทั้งหมดก็พากันอาบน้ำชำระร่างกายและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนในที่สุดก็มีคนมาพบศพและนำมาซึ่งการจับกุมคนร้ายได้นั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame66

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวยอดฮิต และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร