แม่พี้ยาจนเสียสติปล่อยลูก 4 ขวบจมน้ำตาย

แม่พี้ยาจนเสียสติปล่อยลูก 4 ขวบจมน้ำตายคนเล็กเดินเร่ร่อนอยู่บนถนนชาวบ้านหวั่นเกิดอันตรายวอนเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาดูแล

        ได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรีและทำการถ่ายคลิปวีดีโอคลิป 1 ซึ่งในคลิปจะมีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบเดินเล่นอยู่บนถนนของหมู่บ้านโดยชาวบ้านได้นำคลิปนี้ไปเผยแพร่ลง Facebook พร้อมถึงฝากประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐหน่วยงานไหนก็ได้ให้ลงเข้ามาตรวจสอบพื้นที่โดยในคลิปจะเห็นว่าเด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบ

คนดังกล่าวเดินอยู่บนถนนคนเดียวไม่มีผู้ปกครองคอยดูแลซึ่งใน Facebook ของคนที่ลงคลิปนั้นได้มีการบรรยายเอาไว้ว่าเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวอยู่กับแม่เพียงสองคนเนื่องจากว่าแม่สติไม่ดีจึงไม่ค่อยได้สนใจดูแลลูกสักเท่าไหร่ชาวบ้านที่พบเห็นเด็กคนนี้ก็เกรงว่าเด็กจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นสักวันหนึ่งเพราะว่าก่อนหน้านี้พี่ชายของเธอที่อายุ 4 ขวบก็ถูกปล่อยให้เล่นอยู่คนเดียวจนเด็กตกลงไปในบ่อน้ำจมน้ำเสียชีวิตไป 

         เมื่อทางเจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยงานพวกมูลนิธิต่างๆรวมถึงผู้ใหญ่บ้านได้เห็นคลิปดังกล่าวก็พากันลงพื้นที่มายังบ้านของหญิงสาวคนดังกล่าวพบว่าหญิงคนดังกล่าวพูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายกับคนเสียสติซึ่งเพื่อนบ้านได้เล่าให้ฟังว่า หญิงสาวคนดังกล่าวมีลูกทั้งหมด 3 คนซึ่งคนโตอายุประมาณ 20 ขวบซึ่งตอนนี้ถูกจับกุมติดคุกข้อหาเสพยาเสพติดส่วนคนที่ 2 อายุ 4 ขวบซึ่งเสียชีวิตไปเนื่องจากตกบ่อน้ำตายและคนสุดท้ายที่อยู่กับหญิงสาวคนดังกล่าวอายุอยู่ที่ 2 ขวบ

ซึ่งแม่ก็ไม่ค่อยได้สนใจดูแลมากนักเพราะตัวแม่เองก็สติไม่ค่อยดีเนื่องจากว่าสมัยสาวๆหญิงสาวคนดังกล่าวใช้สารเสพติดเยอะจึงทำให้ต่อมาพบว่าเธอเสียสติ ญาติๆของเธอเคยพาเธอไปเพื่อทำการรักษาแล้ว แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นจึงพาเธอกลับมาไว้ที่บ้านเมื่อทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐและมูลนิธิเห็นดังนั้นจึงจำเป็นต้องแยกตัวเด็กเพื่อเอาไว้ไปที่สถานสงเคราะห์และจะแยกตัวแม่ไปเพื่อทำการส่งตัวไปรักษาอาการแต่เมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวรู้ว่าจะถูกมาพรากลูกไปเธอก็อุ้มลูกวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าหญ้า

ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการเกลี้ยกล่อมอยู่นานเธอจึงพาลูกเดินออกมา เจ้าหน้าที่ยืนยันกับเธอว่าจะไม่พาลูกเธอไปแล้วแต่จะขอให้เด็กไปอาศัยอยู่บ้านญาติแทนซึ่งเธอก็ตกลงทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าจะสามารถพูดจาเกลี้ยกล่อมอย่างไรได้บ้างให้เธอเข้ารับการรักษาตัวบำบัดเกี่ยวกับยาเสพติดและรักษาอาการเสียสติของเธอเพื่อที่ว่าเมื่อเธอหายจะได้กลับมาดูแลลูกสาวของเธอได้ 

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวสังคม และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร