พบร่องรอยบาดแผลบนร่างกายน้องชมพู่

ล่าสุดได้มีการนำเรื่องของน้องชมพู่ได้นำมาวิเคราะห์กันใหม่ เพราะว่าทำไมถึงมีรูในร่างของน้องชมพู่ 7-8 รูด้วยกัน ซึ่งระหว่างนั้นมันเกิดจากอะไร โดยมันเกี่ยวข้องกับการตายของน้องอย่างไร มาดูกันหน่อย

ซึ่งเรื่องนี้นายแพทย์ ศักดิ์สิทธิ์ บุญรักษ์ เป็นหัวหน้ากลุ่มงานนิติเวชของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยผ่านเป็นผู้ผ่าชันสูตรศพของน้องชมพู่ คนแรกและได้พูดว่าผลชันสูตรศพนั้นเธอเป็นการชันสูตรอย่างละเอียดซึ่งได้มีการชี้แจงในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของรัฐสภา โดยหมอศักดิ์สิทธิ์นี้ได้มีการชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ว่าเขาได้ทำการชันสูตรศพของชมพู่ในตอนบ่าย 14:30 น ในวันที่ 15 พฤษภาคมหลังจากมีการพบศพ 1 วัน ชันสูตรพลิกศพได้ว่าสภาพของศพนั้น ภายนอกนั้นมีร่องรอยของการขีดข่วน ซึ่งอาจจะเกิดจากกิ่งไม้เพราะว่าน้องได้เข้าป่าไป หรืออาจจะมีคนพาไปแล้วไปโดนกิ่งไม้ขูดขีดก็เป็นได้ โดยมันกระจายเป็นกลุ่มๆ

แต่พบมากที่สุดบริเวณแผ่นหลังลองมานั่นแหละคือ หัวข้อเท้าซ้ายซึ่งเป็นร่องรอยของ รอยที่เกิดในขณะที่น้องยังมีชีวิตอยู่ เบอร์ส่วนอวัยวะภายในนั้นมันเริ่มเน่าแล้ว จนไม่สามารถที่จะพิสูจน์อะไรได้ เนื่องจากมันเกิดมาแล้วหลายวันนั่นเอง

แต่มีการยืนยันได้ว่าสมองกับปอดของน้องนั้น ไม่ได้พบความผิดปกติที่เกิดจากการ ทำร้ายร่างกายเพราะมันเกิดแค่ ที่มันเกิดจากการย่อยสลายจากการเน่าของร่างกายของน้องนั่นเอง

มันก็เท่ากับว่าไม่มีอะไรไปตี ที่ศีรษะของน้องหรือมีการทำร้ายแม่ไปที่อื่น เพราะกะโหลกศีรษะไม่พบการแตกร้าว คอไม่ได้หักและตามร่างกายของน้องนั้น ไม่ได้มีรอยพกช้ำ นั่นจึงเท่ากับว่าไม่ได้ถูกทำร้ายหรือทุบตี

ขณะที่กระเพาะอาหารของน้องไม่มีอาหารหลงเหลือ อยู่เลยมีเพียงของเหลวเพียงแค่ 10 ml เท่านั้น ซึ่งคุณคิดดูนะว่าประโยคเหล่านี้มันไม่ได้ตรงกับที่คุณแม่ของน้องชมพู่ได้พูดเอาไว้ ว่ามีการกินชาเขียวไปก่อน ซึ่งหมอชันสูตรออกมาว่าไม่มีการพบอาหารในกระเพาะของน้องแม้แต่น้อย แต่มีเพียงของเหลวนิดเดียวเท่านั้น และที่สำคัญอวัยวะเพศของน้องนั้นไม่ได้ถูกการล่วงละเมิดทางเพศ นั่นเท่ากับว่าน้องไม่ได้ถูกกระทำการใดๆอะไรเลย กับเพศของน้องเพราะเยื่อพรหมจารีของน้องนั้น ยังอยู่ครบและสมบูรณ์ดี

ซึ่งหลายคนออกมาตั้งคำถามว่าแล้วทำไมน้องถึงเสียชีวิต เพราะน้องเองไม่ได้ถูกทำร้ายและไม่ได้ถูกละเมิดทางเพศ ใดๆแม้แต่น้อยซึ่งคุณหมอเองนั้นก็ได้ออกมาเผยว่า ถ้าหากว่าไม่ได้ถูกหรือไม่มีร่องรอยในการทำร้ายนั้น ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ว่าน้องชมพู่ พัดหลงป่าเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay mobile

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวทั่วไป และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร