แย่งที่นั่งบนรถตู้

 แย่งที่นั่งบนรถตู้ ด่ายาวตั้งแต่รังสิตมาจนถึงอนุสาวรีย์ชัย ไม่พอลงรถยังกระชากหัวต่อ

           มีเหตุการณ์ของหญิงสาวอารมณ์ร้อนคนหนึ่งไม่มีการก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้โดยสารบนรถตู้คันเดียวกันซึ่งสาเหตุนั้นมาจากการแย่งที่นั่งบนรถตู้นั่นเอง

         เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 เดือนกันยายนปี พ.ศ.2563   ซึ่งหญิงสาวที่ถูกทำร้ายร่างกายได้มีการโพสต์คลิปที่เธอนั้นถูกกระชากศีรษะตรงบริเวณทางขึ้นรถไฟฟ้าลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ในขณะที่เธอเองก็เขียนบรรยายเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

         สำหรับข้อความใน Facebook ที่เธอได้เขียนบรรยายนั้นเธอบอกว่าเธอขึ้นรถตู้ตรงบริเวณท่ารถตู้หน้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตซึ่งสาเหตุเกิดมาจากว่าตอนที่เธอกำลังจะขึ้นรถตู้นั้นมีที่นั่งเหลืออยู่ 2 ที่ซึ่งจะอยู่ที่นั่งหลังสุด 1 ที่และที่นั่งหน้าสุดอีกหนึ่งที่เธอจึงเลือกวางของไว้ตรงที่นั่งหน้าสุดแล้วหลีกทางให้คนที่จะขึ้นต่อไปให้ไปนั่งด้านหลัง

โดยคนที่ยืนต่อจากเธอนั้นเป็นผู้หญิงอายุน่าจะประมาณ 40 กว่าๆซึ่งหญิงสาวคนนั้นก็ไม่ยอมเดินไปขึ้นข้างหลังเช่นเดียวกัน และเมื่อเธอเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นไม่ยอมไปนั่งด้านหลังเธอจึงได้เปลี่ยนไปนั่งด้านหลังแทนซึ่งเธอคิดว่าเรื่องราวดังกล่าวน่าจะจบลงเพียงเท่านั้น  แต่อย่างไรก็ตามแต่เมื่อรถตู้วิ่งออกจากรังสิตเพื่อมุ่งหน้าไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ปรากฏว่าผู้หญิงคนที่มีปัญหากับเธอนั้นยังคงด่าทอเธออยู่บนรถเสียงดังอยู่ตลอดเวลาซึ่งเธอได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ด้วยโดยในคลิปนั้นจะได้ยินเสียงของผู้หญิงคนดังกล่าวบ่นด่าเจ้าของที่ถ่ายคลิปแต่ในขณะเดียวกันเจ้าของที่ถ่ายคลิปก็ไม่ได้มีการพูดถึงหรือตอบโต้อะไร

อย่างไรก็ตามแต่หลังจากที่โรงรถตู้ตรงอนุสาวรีย์ชัยแล้วหญิงสาวกำลังจะเดินขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปต่อรถไฟฟ้าปรากฏว่าผู้หญิงที่นั่งบ่นเธอมาตลอดทางนั้นได้มากระชากศีรษะเธอทางด้านหลังอย่างแรงและทั้งยังด่าทอเธอด้วยคำหยาบคายซึ่งเธอก็ได้ตอบโต้ออกไปว่าเธอได้มีการยกที่นั่งให้แล้วทำไมถึงยังมีปัญหากับเธออีกแต่ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ยังคงไม่พอใจ

และยังคงต่อว่าอยู่เช่นเดิมหลังจากด่าจนพอใจแล้วผู้หญิงคนนั้นก็มีการเดินขึ้นรถไฟฟ้าไปซึ่งตัวเองนั้นก็แยกย้ายไปขึ้นรถไฟฟ้า เช่นเดียวกันหลังจากนั้นเธอจึงได้นำคลิปมาโพสต์ลงใน Facebook เพื่อถามคนในโลกออนไลน์ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอผิดหรือไม่

       ซึ่งหลายคนนั้นได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวในครั้งนี้ว่าในความเป็นจริงแล้วใครมาก่อนก็สามารถที่จะเลือกที่นั่งได้ก่อนบางคนก็อาจที่จะเลือกที่จะต้องเข้าไปนั่งด้านในสุดและคนมาทีหลังก็คือจะได้เลือกนั่งด้านหน้าสุดนั่นเองสำหรับเรื่องนี้ที่จริงแล้ว

ไม่มีใครผิดใครถูกสำหรับการเลือกที่นั่งแต่เรื่องนี้ผิดตรงที่ผู้หญิงคนที่กระชากผมงั้นหัวร้อนมากจนเกินไปทั้งๆที่หญิงสาวที่โพสต์ Facebook นั้นก็ได้มีการคืนที่นั่งให้เรียบร้อยแล้วเรื่องราวน่าจะจบไปแต่เธอนั้นยังไม่ยอมจบและลงไปทำร้ายร่างกายดังนั้นเธอจึงสมควรที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาทำร้ายร่างกายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน แย่งที่นั่งบนรถตู้

ผลกระทบจากท่อก๊าซของบริษัทปตทระเบิด

ผลกระทบจากท่อก๊าซของบริษัทปตทระเบิดส่งผลกระทบให้โรงเรียน เปร็งวิสุทธาธิบดีติดยาวถึงธันวาคม 

           จากสถานการณ์ที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตทจำกัดมหาชนได้มีการระเบิดขึ้นด้วยพื้นที่ที่ได้รับแรงระเบิดนั้นอยู่ที่อำเภอบางบ่อจังหวัดสมุทรปราการแรงระเบิดส่งผลให้ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงรวมถึงโรงเรียนได้รับผลกระทบและสร้างความเสียหายอย่างหนักมีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนถูกเผาไหม้ดับเพลิงไหม้ของแรงระเบิด  และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดนี้เป็นจำนวนมาก

         อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ของบริษัทปตท  ได้มีการลงไปสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเพื่อที่จะได้นำข้อมูลส่งเรื่องให้กับทางผู้บริหารและ CEO ของบริษัทปตทพิจารณาในเรื่องของการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแหล่งกำเนิดในครั้งนี้   ซึ่งจากข้อมูลที่มีการประกาศออกมาจากทางบริษัทปตทเบื้องต้นนั้นระบุว่าจะมีการชดเชยให้กับผู้ที่เสียชีวิตเป็นจำนวนเงิน 5ล้าน บาทต่อคนในขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นจะได้รับเงินชดเชยประมาณ 5 แสนบาทต่อคน

       อย่างไรก็ตามได้มีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่ในอำเภอบางบ่อได้รับผลกระทบอย่างหนักซึ่งขณะนี้ทางด้านกลุ่มวิศวกรได้ลงไปสำรวจพื้นที่โดยโรงเรียนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่าโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี และจากการที่เราวิศวกรมีการลงไป

สำรวจโรงเรียนพบว่าโรงเรียนได้รับความเสียหายอย่างหนักตัวอาคารมีรอยร้าวอีกครั้งปลั๊กไฟต่างๆก็ล้มละลายซึ่งสาเหตุหน้ามาจากแรงระเบิดของท่อส่งก๊าซและเพลิงไฟที่ลุกไหม้ส่งผลทำให้ปลั๊กไฟต่างๆถูกเพลิงไหม้จนหลอมละลาย

       อย่างไรก็ตามทางด้านกลุ่มวิศวกรยืนยันว่าโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดีนั้นได้รับผลกระทบมากและไม่สามารถที่จะเปิดให้เด็กนักเรียนเข้าเรียนได้ในช่วงนี้เนื่องจากว่าเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กๆโดยเฉพาะตัวอาคารที่มีรอยร้าวเกรงว่าจะมีการถล่มลงมาร่วมถึงปลั๊กไฟต่างๆก็ได้รับความเสียหายซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าถ้ามีการใช้งานอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้   

        ดังนั้นในขณะนี้ทางด้านกลุ่มวิศวกรจึงได้มีการแนะนำคณะครูอาจารย์ให้มีการประกาศสถานศึกษาเป็นการชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขรอยร้าวและมีการเดินสายไฟใหม่ทั้งหมดซึ่งทางด้านกลุ่มวิศวกรของบริษัทปตทจะเข้ามาดูแลในส่วนนี้ให้

  ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้มีการประกาศออกมาว่าให้เด็กนักเรียนหยุดการเรียนและคุณครูหยุดการสอนไปจนถึงเดือนธันวาคมปีพศ2563 ซึ่งท่าทางโรงเรียนมีการเปิดเรียนวันไหนจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง 

              บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบางหลังเกิดไฟไหม้ทางด้านวิศวกรจะมีการเข้าไปสำรวจพื้นที่และประเมินให้อีกครั้งหนึ่งว่าจำเป็นที่จะต้องรื้อถอนทั้งหมดแล้วปลูกสร้างใหม่หรือไม่  เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาบ้านถล่มพังลงมาภายหลังดังนั้นจึงต้องมีการรอการประเมินจากทางวิศวกรอีกครั้งหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย  เวปเจตใหม่

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ผลกระทบจากท่อก๊าซของบริษัทปตทระเบิด

ไฟไหม้ตลาดยิ่งเจริญ

เมื่อเราได้รับรายงานว่ามีไฟไหม้ที่ตลาดเก่าแก่แห่งหนึ่งในย่านสะพานใหม่นั่นเองเป็นตลาดที่เก่าแก่มากเพราะว่าตลาดได้อยู่ที่นี่นานกว่า 60 ปีนั่นเอง เพราะว่าเป็นตลาดของตระกลูธรรมวัฒนะ   ซึ่งเรานั้นได้ถามเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นได้บอกว่าเห็นเปลวไฟนั้น

มาในโซนของร้านขายขนม หรือว่าแถวร้านขายเสื้อผ้าหรือว่าเป็นของเบ็ดเตล็ด  แต่ว่าในตอนนี้เราก็ได้ยังมีการเปิดตลาดเพื่อที่จะให้พ่อแม่ค้านั้นได้ขายของอย่างปกตินั่นเองเพราะว่าเรานั้นได้เข้าไปดูแล้วร้านค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากไฟไหม้ในครั้งนี้นั้นมีอยู่ประมาณ 170 แผงนั่นเอง

คาดว่าความเสียหายนั้นนั้นหน้าจะอยู่ประมาณหนึ่งร้อยล้านนั่นเอง  แต่ไม่ว่าอย่างไรนั้นเราได้เข้าสำรวจในตอนที่ไฟไหม้นั้นเราก็เห็นว่ามีร้านทองร้านหนึ่งนั้นได้เกิดไฟไหม้  และเราก็ได้เจอกับเจ้าของร้านทองนั้นได้บอกับเราว่าเห็นไฟไหม้แต่ว่าไฟนั้นลุกเร็วมากจนทำให้เราไม่สามารถที่จะเข้าไปเอาของข้างในร้านได้ 

แต่ว่าของที่เป็นจำนวนพวกทองนั้นประมาณ 100กิโลที่ทางเจ้าของร้านนั้นได้ใส่เอาไว้ในตู้เซฟนั่นเอง  แต่ว่าไม่รู้ตู้เซฟนั้นจะป้องกันไฟได้หรือเปล่านั่นเอง เพราะว่าในตอนที่ซื้อนั้นเราก็ไม่รู้นั่นเองแต่ว่าก็มีทองที่เรานั้นไม่ได้เอาเข้าตู้เซฟนั้นก็มีอยู่ข้างนอกถ้าให้คิดหรือว่าประเมินนั้นประมาณหนึ่งร้านบาท  

              แต่ว่าในบริเวณนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมดูแลว่าเมื่อมีคนที่จะเข้าไปเก็บของนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วยนั่นเอง  แต่ว่าให้ข้าไปกลุ่มละ 3-4 คนและต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปประกบอยู่ด้วยนั่นเอง  และเมื่อไฟนั้นสงบลง 

ทางเจ้าของร้านนั้นก็ได้เข้าไปเอาตู้เซฟที่บอกไว้ซึ่งตู้นั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ว่าไม่สามารถที่จะเปิดได้นั่นเองเพราะว่ารหัสที่ตั้งไว้นั้นได้ละลายไปกับไฟนั่นเองก็เลยต้องเอาไว้ที่ธนาคารก่อนนั่นเอง    ส่วนในทางร้านผักสดนั้นที่ได้รับความเสียหายนั้นก็มีป้าคนหนึ่งนั้นได้เล่าให้เราฟังว่าป้านั้นพึ่งจะมาขายของเพราะว่าหลังจากที่หยุดไปเพราะว่าเรื่องโรวิดนั่นเอง

ซึ่งเมื่อคืนได้มีรถที่มาส่งผักนั้นมาส่งตอนเที่ยงคือ  หมดกับการที่ลงทุนไปประมาณห้าหมื่นบาทกับการลงทุน ซึ่งไฟนั้นได้ไหม้หมดเลยนั่นเอง ป้าก็รู้สึกเสียใจเนาะ  เพราะว่าพึ่งจะได้ขายของวันนี้เป็นวันแรกและหลังจากที่ได้หยุดไปเกี่ยวกับเรื่องโรคโควิดนั่นเอง  

     แต่ไม่ว่าอย่างไรนั้นทางเจ้าของตลาดนั้นได้ออกมาบอกว่าทางตลาดนั้นไม่มีการปิดตลาดยังเปิดให้บริการเหมือนเดิมส่วนทางแผงที่ได้รับความเสียหายนั้นได้หาที่ให้ขายของไปก่อนเพราะว่าต้องเลี้ยงดูแลปากท้องและครอบครัว  ซึ่งในตอนนี้เราก็กำลังเนินการเกี่ยวกับการหาหลักฐานที่มาของไฟนั่นเองว่าเกิดจากตรงไหน 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไฟไหม้ตลาดยิ่งเจริญ

เด็ก 2 ขวบโดนลูกโป่งอัดแก๊สระเบิดใส่อาการสาหัส

                เมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563ได้มีผู้ปกครองรายหนึ่งได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจให้ดำเนินการจัดกลุ่มแม่ค้าขายลูกโป่งคนหนึ่งซึ่งขณะนี้ได้มีการหลบหนีอยู่

          ส่วนสาเหตุของการแจ้งความดำเนินคดีกับแม่ค้าขายลูกโป่งนั้นเนื่องจากว่า   ตัวเธอนั้นเป็นคุณแม่ของเด็กผู้หญิงอายุเพียง 2 ขวบ 8 เดือนเท่านั้น  ซึ่งลูกสาวของเธอนั้นถูกแรงอัดของระเบิดของลูกโป่งระเบิดใส่ทำให้ไฟลุกไหม้ทั่วตัวตอนนี้อาการของเด็กยังสาหัส 

นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยสภาพร่างกายของเด็กในขณะนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอีกทั้งร่องรอยการถูกไฟไหม้นั้นรุนแรงเกือบทั่วทั้งตัวโดยในบริเวณใบหน้าโดนไฟลวกทั้งหมดและบริเวณทรงผมไฟลุกไหม้เกือบครึ่งหัวอีกทั้งแขนทั้งสองข้างรวมถึงขาทั้งสองข้างก็ถูกไฟไหม้ขณะนี้ร่างกายของเด็กมีแผลพุพองเต็มไปหมด ทำให้แม่ของเด็กนั้นต้องการดำเนินคดีกับแม่ค้าขายลูกโป่งอย่างถึงที่สุด

          โดยคุณแม่ของหนูน้อยวัย 2 ขวบได้บอกว่าตัวเธอเองนั้นได้ฟังข่าวเกี่ยวกับเรื่องของลูกโป่งระเบิดอยู่บ่อยครั้งจึงไม่เคยซื้อลูกโป่งให้ลูกสาวตัวเองเล่นเลย

  ในวันดังกล่าวนั้นลูกสาวของตนเอง ออกไปกับยายซึ่งยายไปขายกล้วยทอดตรงบริเวณที่มีการรับปริญญากันซึ่งภายในงานก็จะมีการขายลูกโป่งเป็นจำนวนมาก คุณยายของเด็กได้เล่าให้ฟังว่าหนูน้อยวัย 2 ขวบอยากได้ลูกโป่งแต่คุณยายไม่ได้ซื้อให้แม่ค้าขายลูกโป่งเห็นดังนั้นจึงเดินเอาลูกโป่งมายื่นให้

            ซึ่งเด็กก็เล่นปกติแต่หลังจากนั้นเด็กได้ถือลูกโป่งมาหาคุณยายซึ่งคุณยายกำลังจุดไฟเพื่อที่จะตั้งกระทะทอดกล้วยทอดเมื่อลูกโป่งมาใกล้กับเตาไฟก็เกิดแรงระเบิดขึ้นหลังจากนั้นไปก็ลุกไม่ท่วมตัวของเด็กน้อยวัย 2 ขวบย้ายที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ดึงร่างของเด็กน้อยมากอดไว้เพื่อพยายามต่อไปหลังจากนั้นคนในบริเวณนั้นก็ ช่วยพาเด็กน้อยไปส่งที่โรงพยาบาลส่วนแม่ค้าขายลูกโป่งนั้นไม่ทราบว่านี้หายไปไหน

          ขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาร่องรอยการหลบหนีของแม่ค้าขายลูกโป่งเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ส่วนคุณหมอที่ดูแลรักษาหนูน้อยวัย 2 ขวบนั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าหนูน้อยจะอาการดีขึ้นได้เมื่อไหร่และแก๊สที่หนูน้อยสุดเข้าไปนั้นจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าแก๊สที่บรรจุในลูกโป่งนั้นเป็นแก๊สชนิดไหน

        อย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวนี้คุณแม่ของหนูน้อยวัย 2 ขวบได้มีการโพสต์ลง Facebook และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการแชร์ประสบการณ์ให้กับคุณแม่ทั้งหลายที่มีลูกว่าไม่ควรซื้อลูกโป่งให้ลูกเล่นเพราะจะเป็นอันตรายเหมือนที่เกิดขึ้นกับลูกสาวของเธอ

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาววันพุธ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เด็ก 2 ขวบโดนลูกโป่งอัดแก๊สระเบิดใส่อาการสาหัส

กองทัพน่าอายใช้ioด่าประชาชน

กองทัพน่าอายใช้ioด่าประชาชนและทหารอวยประยุทธ์พวกกันเอง

สำหรับเรื่องของรัฐบาลหรือเรื่องกองทัพจริงๆโดยกฎหมายคือคนละองค์กรกันแต่ในความเป็นจริงตอนนี้ทุกคนก็รู้ว่ารัฐบาลนี้ก็ผู้นำก็มาจากการรัฐประหารมาจากกองทัพแล้วกองทัพก็หนุนรัฐบาลแต่ว่าสิ่งที่กลายมาเป็นประเด็นในตอนนี้ก็คือ 

ซึ่งสวิตเตอร์ที่เป็นแอพพลิเคชั่นชื่อดังเป็นสังคมชื่อดังได้มีการแฉว่ากองทัพไทยได้มีการใช้ภาษีของประชาชนเวลาราชการและกำลังพลของราชการนั้นเปิดบัญชีทวิตเตอร์ปลอมบัญชีทวิตเตอร์ผีปั่นความเห็น3เรื่องด้วยกัน 

โดยเรื่องที่1คือการยกหางตัวเองหรือการอวยตัวเองเรื่องที่2คือการอวยนายประยุทธ์เรื่องที่3คือด่าคนเห็นต่างทางการเมืองแล้วกลายเป็นสิ่งที่สังคมวิภาษวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่าแน่นอนว่าคนรู้ว่าตอนนี้นายกหรือว่ากองทัพมองคนรักประชาธิปไตยหรือไม่เป็นมิตรกับคนส่วนใหญ่ทุกคนรู้เรื่องนี้หมดอยู่กับนายประยุทธ์มาเข้าใจกันดี

นอกจากนี้สิ่งที่ที่คนรับไม่ได้ในรอบนี้ก็คือทวิตเตอร์เขาได้เปิดเผยกองทัพที่เป็นหน่วยงานราชการกินเงินภาษีประชาชนกลับเอาเงินเดือนข้าราชการจากภาษีของประชาชนไปให้กำลังพลที่มันควรจะทำงานหลวงทำงานรับใช้แผ่นดินทำงานรับใช้บ้านเกิดกลายเป็นไปรับใช้รัฐบาลนายประยุทธ์ในการโจมตีคนเห็นต่างจากรัฐบาลโจมตีความเห็นต่างจากนายประยุทธ์อวยนายประยุทธ์อวยกันเองชมกันเองใช้เวลาราชการใช้งบประมาณราชการใช้ภาษีของราชการใช้สถานที่ราชการโจมตีประชาชน

ซึ่งได้กลายมาเป็นประเด็นที่ได้ตั้งคำถามกันต่อไปว่าตกลงเราเป็นประเทศที่ในเวลานี้รัฐบาลมองประชาชนเป็นศัตรูจนโลกเขาจับได้แล้วเขาต้องปิดแอคเคาท์ทวิตเตอร์ของรัฐบาลหรือกองทัพไทยไปแล้วใช่หรือไม่นี่เป็นเรื่องใหญ่มากแล้วน่าจะเป็นอีกภาพสะท้อนหนึ่งว่าความนิยมของประชาชนต่อรัฐบาลในเวลานี้ได้ถดถอยจนกระทั่งรัฐบาลต้องจัดฉากกองทัพต้องจับฉาก

โดยใช้ทหารจากเงินภาษีของประชาชนใช้สถานที่ราชการที่คนทำงานให้ประชาชนนั้นมาอวยนายประยุทธ์มาอวยพวกเดียวกันเองเพื่อกลบเกลื่อนความจริงว่ารัฐบาลเป็นที่ตกต่ำศรัทธาในสายตาของประชาชน

เนื่องจากนี้สถสานการณ์ที่ทวิตเตอร์ได้ออกมาเปิดโปร่งว่ากองทัพไทยได้ใช้กำลังพลใช้สถานที่ราชการใช้ภาษีประชาชนนั้นทำบัญชีทวิตเตอร์ปลอมหนึ่งคนอาจจะมี1020บัญชีได้โพสความเห็นอวยนายประยุทธ์ชมกันเองอวยกันเองนั้นวันนี้ได้รับการวิภาษวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางแล้วยังมีการเปิดโปร่งกันต่อไปมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งในพฤติกรรมในการโจมตีประชาชนที่ชมนายประยุทธ์ชมกองทัพแต่ด่าคนเห็นต่างไม่ว่าจะเป็นเบอร์ต้นๆนั่นก็คือ นายธนาธร นายปิยบุตร พรรคอนาคตใหม่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

โพสท์ใน ข่าวการเมือง | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน กองทัพน่าอายใช้ioด่าประชาชน

มีแววยุบสภา สัญญาณเลือกตั้งกระหึ่ม

สถานการณ์ต้องจับตามองกันต่อไปว่าในที่สุดแล้วทางออกจะเป็นยังไงในเวลานี้ต้องยอมรับความจริงว่าหมากทางการเมืองมันเป็นแบบนี้แล้วการชุมนุม14ตุลาคม เกิดขึ้นแน่เชื่อว่าคนจะไม่น้อยลงกว่าเดิมเราไม่ได้บอกว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแต่ว่าวันที่14ตุลาคมจะมีคนไปสังเกตการณ์แน่เหมือนวันที่19กันยายน

สำหรับในวันที่14ตุลาคมเราเชื่อว่าคนจะไม่น้อยลงด้วยเหตุผลต่างๆขนาดเดียวกันความนิยมของประชาชนต่อนายประยุทธ์เราเชื่อว่าเป็นศูนย์แล้วในเวลานี้ถ้าทุกคนสังเกตให้ดีนักศึกษาอาจจะทำถูกบ้างผิดบ้างบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องปกติแต่หาคนที่ปกป้องนายประยุทธ์มีใคร

ซึ่งในตอนนี้มีคนออกมาด่านักศึกษาเยอะโดยเฉพาะคนที่พยายามเป็นกองเชียร์นายประยุทธ์ไม่ว่าจะเป็น คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ว่าจะเป็นก้าวอิติโพธิแต่ก็ไม่มีใครกล้าบอกว่านายประยุทธ์คือนายกที่ดีที่สุดของประเทศไทยและเราจะต้องให้นายประยุทธ์เป็นต่อไป

เพราะฉะนั้นเส้นทางของนายประยุทธ์ตีบตันแล้วอนาคตทางการเมืองหากนายประยุทธ์จะเดินหน้าต่อมีแต่พังกับพังหรือทางเลือกที่เป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆคืออาจจะมีการพิจารณาถึงออฟชั่นของการจะเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ต้องย้ำคำว่าอนาคตอันใกล้มันไม่ได้หมายถึงในเดือนตุลาคมมันไม่ได้หมายถึงภายในพฤศจิกายนหรือว่าธันวาคมแต่ว่าทางเลือกของการเลือกตั้งใหม่ของการยุบสภาใหม่นั้นเป็นออฟชั่นที่มีเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการขยับอีกหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลเองหรือไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นแตกต่างกับรัฐบาลนั้นสะท้อนบรรยากาศสะท้อนกระแสว่ากลิ่นของการเลือกตั้งละลอกใหม่กำลังจะมาและจะเป็นการเลือกตั้งที่เกิดจากการที่นายประยุทธ์ต้องยิมรับว่าตัวเอง

เข้าตาจนเดินหน้าบริหารประเทศในฐานะนายกต่อไปยากลำบากต้องยุบสภาเพื่อปลดออกในกระแสที่กองหนุนไม่มีฝ่ายประชาธิปไตยไม่เอานายประยุทธ์อยู่แล้วคนรักประชาธฺปไตย17ล้านคนไม่เอานายประยุทธ์

เนื่องจากนี้คนที่หนุนนายประยุทธ์ในเวลานี้หนุนนายประยุทธ์อีกกี่คนในเวลานี้ลดลงมาคนไทยทั้งประเทศมองออกว่าบ้านเมืองเราใกล้ถึงทางตันมัมนไม่ใช่จะตันวันนี้วันพรุ่งนี้แต่ว่ามองด้วยวิสัยทัศน์แบบคนธรรมดาก็เห็นว่าเดินหน้าต่อไปไม่ได้นักศึกษาชุมนุมนายประยุทธ์คะแนนนิยมหายประเทญไทยจะเดินหน้ายังไงคำตอบคือเดินหน้าไม่ได้เป็นทางตันแน่นอนแต่ทางตันถึงจุดจบเมื่อไหร่ยังไม่มีใครทราบ

ซึ่งความเคลื่อนไหวของหลายกลุ่มชี้ชัดว่าโอกาศที่จะมีการเลือกตั้งและมีการยุบสภาใหม่ในระยะอันใกล้เป็นทางเลือกมีมากขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งกระแสที่มีการพูดกันว่านายประวิตรที่เป็นคนก่อตั้งตัวจริงของพลังประชารัฐบารมีลดลงเรื่อยๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สถิติหวยลาวออกวันพระ

โพสท์ใน ข่าวการเมือง | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน มีแววยุบสภา สัญญาณเลือกตั้งกระหึ่ม

คณะราษฎรยัน14ตุลาคมชุมนุมไล่นายก

ซึ่งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยใน วันที่14ตุลาคม ประชาชนจะท้วงคืนไม่ให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถูกยึดครองภายใต้เผด็จการอีกต่อไปหลังจากนั้นก็มีการประกาศต่อว่าในการชุมนุม14ตุลาคมจะเป็นการชุมนุมแบบปักหลักค้างคืนชุมนุมแบบวิธีการกินข้าวแบบทีละคำค้างอย่างน้อยหนึ่งคืนอาจจะเป็นเดือนก็ได้ทนายอานนท์ยืนยันว่าตัวเองพร้อมแล้ว

โดยจำนวนผู้ชุมนุมไม่น่าจะน้อยกว่าวันที่19กันยายนที่ผ่านมาการชุมนุมยังไม่มีกำหนดทั้งสถานที่การเคลื่อนชุมนุมและวันเวลายุติกิจกรรมเบื้องต้นแจ้งชุมนุมกับตำรวจไปแล้วหากเจ้าหน้าที่พร้อมจะเจราจาผู้ชุมนุมก็พร้อมที่จะเจรจาตั้งโต๊ะพูดคุยกับรัฐบาล

หากรัฐบาลยังไม่ตอบรัยข้อเสนอก็จะมีมาตการชุมนุมเชิงกดดันต่อไปส่วนในวันชุมนุมนั้นยืนยันว่ามีคำถามจากผู้สื่อข่าวว่าจะมีการเสด็จเกิดขึ้นผู้ชุมนุมทนายอานนท์ว่าจะไม่ไปขวางทางเสด็จเชื่อว่าในเวลานั้นประชาชนยังไม่มาเต็มถนนการเสด็จก็น่าจะดำเนินไปตามปกติไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นอะไรคุณภานุพงษ์บอกว่าถ้ารัฐบาลไม่ตอยสนองกับข้อเรียกร้องในการชุมนุมครั้งที่ผ่านมาด้วยเหตุดังนี้ผู้ชุมนุมถึงต้องมารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ซึ่งเป็นการยืนยันใน3ข้อเรียนร้องนั่นก็คือเรียกร้องให้นายประยุทธ์ลาออกเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อถกการแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนรวมทั้งเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถานบัน

เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องที่มีการพูดกันว่าการชุมนุมจะมีการลดเพดาลหรือไม่คำตอบสำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมคืออย่างไรเสียผู้ชุมนุมก็ไม่มีการลดเพดาลอย่างแน่นอนเรื่องที่หลายคนจับตามองว่าจะมีการเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปหรือไม่การแก้รัฐธรรมนูญจะคงเป็นประเด็นหลักของผู้ชุมนุมต่อไป

เนื่องจากนี้ได้มีผู้สื่อข่าวได้พยายามถามว่าทำไมชุมนุมหลายครั้งมันถึงไม่ประสบความสำเร็จคุณอานนท์ตอบว่าการชุมนุมประสบความสำเร็จทุกครั้งครั้งล่าสุดยึดสนามหลวงไว้ได้แล้วก็การยึดสนามหลวงนั้นจริงๆเป็นเรื่องที่เหมือนกับจากยากด้วยซ้ำไปวันแรกที่มีการบอกว่าจะยึดสนามหลวงกลับมาเป็นของประชาชนทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ทั้งหมดคุณอานนท์ยืนยันว่าในเวลานี้เป็นไปได้แล้ว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามอีกว่ารัฐบาลไม่ได้รับข้อเสนออะไรทำไมถึงยังคิดว่าการชุมนุมประสบความสำเร็จคุณอานนท์บอกว่าถ้าไม่รับในอดีตแต่ในอนาคตก็จะต้องรับเพราะกระแสของประชาชนได้สูงขึ้นทุกวันผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อมั่นใจมากน้อยขนาดไหนคุณอานนท์บอกว่าเคลียร์คดีมาแล้วเต็มหน้าตัก

นอกจากนี้การชุมนุมในวันที่14ตุลาคมนี้เป็นงานชุมนุมประท้วงไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นของราษฎรทุกคนเพราะฉะนั้นชื่อของคณะที่จัดตอนนี้ก็คือคณะราษฎรเราได้มีปัญหามามากแล้วการจะแก้ไขหรือว่าเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้มันได้อยู่ใน3ข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้แล้ว

 

สนับสนุนโดย  dewabet

โพสท์ใน ข่าวการเมือง | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน คณะราษฎรยัน14ตุลาคมชุมนุมไล่นายก

ยูทูปเบอร์ชื่อดังโดนจับหลังวิจารณ์ชุดผ้าไหม องค์หญิงกบ

นางงามฝรั่งต่างพากันตกใจเมื่อเพื่อนนางงามชาวไทยลงไปกราบเจ้าหญิงกบ หญิงกบ สมกับเป็นดีไซเนอร์แต่งชุดแหวกหน้าสุดจะบรรยายที่มาพร้อมกับข่าวยูทูปเบอร์ชื่อดังถูกแจ้งความเพราะวิจารณ์ชุดที่ คุณหญิงกบ ได้ออกแบบ

เป็นดีไซเนอร์แต่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ชุดที่ออกแบบก็เกิดอาการ

ซึ่งได้มีคนเข้าไปแจ้งความทันทีสนองความโกรธเราจะมาเสนอด้วยกันสองเรื่องด้วยกันเรื่องแรกว่าด้วยวัฒนธรรมการกราบตีนที่ฝรั่งเห็นแล้วต้องต้องตกอกตกใจกับอีกเรื่องราวหนึ่งที่มียูทูปเบอร์ชื่อดังวันนี้ได้มีคนติดตามร่วมล้านคนได้ถูกแจ้งความจับเพราะไปวิพากษ์วิจารณ์ชุดที่ คุณหญิงกบ ทรงออกแบบ

สำหรับคนที่พึ่งเข้ามาอ่านและยังไม่ทราบว่า คุณหญิงกบ นั้นคือใครแสดงว่าคุณพลาดแฮชแท็กดังเมื่อช่วงปีใหม่ “ แฮชแท็กอีกกบ “ ที่โด่งดังควบคู่กับแฮชแท็กปิดเกาะเพราะ “ อีกกบ “ ไปปิดเกาะพาหมาไปว่ายน้ำอยากรู้เรื่องราวนี้กลับไปฟังเรื่องราวเก่าๆตอนสิ้นปีกับต้นปี

วัน31ธันวาคม ถึง วันที่ 1-2-3มีอยู่หลายคลิปกันเลยทีเดียวคลิปแฮชแท็กปิดเกาะแฮชแท็กสาวน่านแฮชแท็กอีกกบพาหมาไปว่ายน้ำ

ซึ่งเราจะพาไปดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นเรื่องแรกไทยแลนด์บิวตี้ได้ลงข่าวนี้เมื่อสองปีที่ผ่านมาแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ก็ได้เอาภาพนี้คลิปนี้มาลงไม่กี่วันที่ผ่านมาไทยแลนด์บิวตี้เพจแอนได้โพสว่าวินาทีที่น้องนิ้ง โศภิดากาญจนรินทร์มิส ยูนิเวิร์สไทยแลนด์2018ได้ก้มลงกราบพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีรัตน์ที่ทรงมาเยื่ยมผู้ที่ได้เข้าประกวดมิส ยูนิเวิร์สไทยแลนด์2018

นอกจากนั้นน้องนิ้ง โศภิดากาญจนรินทร์ก็ได้ก้มลงไปกราบตีนทันทีเพื่อนางงามต่างก็ตกอกตกใจอะไรเกิดขึ้นในงานนี้ในการประกวดได้มีเรื่องราวที่สื่อทั่วโลกต้องเอาไปลง

เมื่อยูทูปเบอร์ชื่อดังถูกแจ้งความจับดำเนินคดีchannel24ได้โพสว่า “ lnfluencer’s comment on Thai Miss Universegown earns complaint to police “ อันนี้เป็นของ channel24

ส่วนโพสของอังกฤษได้ลงว่า YouTuber Faces Charges For Criticising Thai Princess’s Miss Universe Gown เรามาดูของbbcไทยว่าเขาจะว่ากันยังไงกันบ้างเรื่องนี้ มิส ยูนิเวิร์สไทยแลนด์2018 สื่อต่างชาติเกาะกระแสยูทูปเบอร์ไทยถูกแจ้งความเพราะวิจารณ์ชุดผ้าไหมที่ออกแบบโดย พระองค์เจ้าหญิงสิริวัณณวรีนารีรัตน์ หรือ องค์กบคนดังนั่นเอง สื่จากต่างชาติหลายแห่งที่รายงานข่าวยูทูปเบอร์ไทยถูกแจ้งความหลังได้ไปแสดงความคิดเห็นพาดพิงชุดผ้าไหมสีฟ้า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ํา 100 โบนัส 100

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ยูทูปเบอร์ชื่อดังโดนจับหลังวิจารณ์ชุดผ้าไหม องค์หญิงกบ

อยากเปลี่ยนหันรัฐบาลแต่นายประยุทธ์ยังยึดอำนาจไว้อยู่

สำหรับวิกฤตทางการเมืองนั้นเราอย่าลืมไปว่านายประวิตรได้เป็นตัวนครที่สำคัญที่ได้สูญเสียอำนาจมากที่สุดในการที่จะขึ้นมามีอำนาจรอบสองของนายประยุทธ์นายประวิตรหลังรัฐประหาร57เป็นรองนายกคุมกลาโหมแต่นายประวิตรหลังการเลือกตั้งปี62นั้นไม่ได้คุมกลาโหมไม่ได้คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นแค่เพียงรองนายก

ซึ่งแรงกระพือแบบนี้คือปัจจัยทางการเมืองที่ผิดปกติอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ส่งสัญญาณมากขึ้นเรื่อยๆว่าในฝั่งกองหนุนของนายประยุทธ์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกองหนุนที่เคยสนับสนุนให้มีการยึดอำนาจในปี57กลุ่ม กปปส. เก่าเองกลุ่ม60 สว. ที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกของ กปปส. เก่าเองก็ดีหรือจะเป็นพรรค สส. ร่วมรัฐบาลประชาธิปัตก็ดีนั้นน่าจะเข้าสู่สภาวะทางการเมืองที่อยากจะเปลี่ยนหัวรัฐบาลเต็มที

นอกจากนี้ในการที่จะเปลี่ยนหัวของรัฐบาลไม่ได้เหมือนความว่าจะเลิกสนับสนุนเครือข่ายเผด็จการแต่อย่างน้อยก็ได้มองเห็นตรงกันว่าภายใต้ของระบบเผด็จการที่มีนายประยุทธ์ได้เป็นผู้นำนั้นถ้าปล่อยให้นายประยุทธ์เดินหน้าอีกต่อไปนั้นในที่สุดพลังประชารัฐจะพ่ายแพ้ทางการเมืองหรือว่าในที่สุดแล้ววุฒิสมาชิกทั้งหมดจะกลายเป็นตำบลกระสุนตกทางการเมืองนั้นคือความพยยามที่จะเปลี่ยนหัวเอานายประยุทธ์ออกไป

โดย60 สว. บทบาทของนายประวิตรบทบาทของพรรคพลังประชารัฐหรือแม้กระทั่งท่าทีของพรรคประชาธิปัตนั้นได้แสดงถึงการเห็นว่าในการเปลี่ยนหัวนั้นมันคือการเผชิญหน้ากับนายประยุทธ์และในสัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งหมดนี้มันคือการประรองกำลังกันระหว่างฝั่งนายประยุทธ์และฝั่งที่เป็นพวกเดียวกันกับนายประยุทธ์

ซึ่งใครก็รู้ดีว่านายประยุทธ์นั้นไม่สามารถที่จะไปต่อได้อีกแล้วจึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนหัวจำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพราะว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วนั้นมันอาจจะพังกันทั้งระบบ

ในเวลานี้สัญญาณทางการเมืองทั้งหมดถือได้ว่ามันดูเป็นลบกับ นายประยุทธ์ทั้งสิ้นหมดแล้วอย่าลืมว่าเรากำลังพูดถึงนายประยุทธ์ที่นอกจากเรื่องการเมืองนั้นยังเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

โดยในการอภิปรายในสภาที่ผ่านมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมันมีแต่ภาพเสียหายกับนายประยุทธ์ไม่มีพรรคร่วมมรัฐบาลไหนปกป้องนายประยุทธ์ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐนั่นก็คือสัญญาณทางการเมืองที่ผิดปกติเหมือนกัน

ไม่มีภูมิใจไทยปกป้องนายประยุทธ์ไม่มีประชาธิปัตปกป้องนายประยุทธ์ไม่มีาติไทยพัฒนาปกป้องนายก

ซึ่งจะมีอยู่พรรคเดียวเท่านั้นที่กำลังปกป้องนายประยุทธ์นั่นก็คือพรรคพลังประชารัฐเพราะนี่มันคือบรรยากาศใหม่ของทางการเมืองโอกาศที่นายประยุทธ์จะเดินหน้าต่อนั้นถือว่าถดถอยถือว่าเป็นศูนย์เผชิญการต่อต้านของการเมืองมวลชนที่อยู่นอกสภาเผชิญการต่อต้านของพรรคฝ่ายค้านเผชิญกับการต่อต้านแม้กระทั่งคนที่อยู่ในฝั่งเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี หวยดี

โพสท์ใน ข่าวสังคม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน อยากเปลี่ยนหันรัฐบาลแต่นายประยุทธ์ยังยึดอำนาจไว้อยู่

สถานการณ์ทางการเมือง

สถานการณ์ทางการเมืองการคลังกว่า2เดือนแล้วที่อุตตมะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีหลังจากนั้นนายปรีดีไม่ได้เป็นรัฐมนตรีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคไทยกำลังจะทำเป็นกลไกลเดียวที่จะปลดล็อคประเทศเนื้อหาสาระของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ซึ่งเพื่อไทยนั้นมีสูตรที่น่าสนใจนั่นก็คือการที่เพื่อไทยมาบอกว่านายกสามารถที่่จะมาจาก สส. ได้ปัจจุบันนี้รัฐธรรมนูญ คสช. นั้นนายกจะมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่อาจจะเป็นคนที่ไม่ใช่ สส. ก็ได้แปลว่าในตอนนี้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะสามารถที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้คุณอนุทินสามารถเป็นได้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นได้อาจารย์เฉลิมชัย นิติศิริ สามารถเป็นได้อาจารย์ชัชชาติเป็นได้ต่อให้ท่านเหล่านี้ไม่ใช่ สส. ก็ตาม

เพื่อไทยได้เสนอแก้ไขสูตรรัฐธรรมนูญหมายถึงคือว่านายกจะต้องมาจาก สส. ด้วยในสภาเพราะฉะนั้นมันจะกลายเป็นการปลดล็อคว่าหากได้มีการยุบสภาด้วยสูตรของพรรคเพื่อไทยนั้นทุกพรรคการเมืองที่อยู่ในสภามีโอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่ได้จำกัดคนที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อไม่ได้จำกัดแค่คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้จำกัดแค่คุณอนุทิน

โดยมันจะเป็นทุกพรรคการเมืองและ สส. ทุกคนที่ได้อยู่ในสภาที่จะสามารถขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้นี่ก็คือการยึดอำนาจตั้งนายกจาก250 สว. มาสู่ประชาชนมาสู่สภาผู้แทนราษฎรและการเลือกนายกนั้นต้องเป็นประธานสภาเลือกแล้วก็จะให้เลือกในบัญชีที่เสนอเอาไว้และ สส. คือเพิ่มขึ้นให้เลือกได้จาก สส. ด้วยแต่ปิดกั้นไม่ให้มีคนนอก

ซึ่งถ้าหากว่ามันเลือกไม่ได้ก็เลือกวนไปวนมาแบบนี้มันก็จะต้องเลือกที่ สส. อาจจะเอา สส. ในสภาเข้าไปได้และถ้าหากนายกเลือกตามที่เพื่อไทยเสนอนายกต้องมาจาก สส. เดิมถ้าเลือกไม่ได้ก็หยิบเอาคนนอกเข้ามาได้พอเราตัด259แก้ไข259ก็คือปิดคนนอกถ้าเลือกไม่ได้ในบัญชีก็หยิบ สส. ที่อยู่ในสภาแทน

ถ้าหากแก้ไขร่างนี้ได้สำเร็จบัญชีรายชื่อที่พรรคได้เสนอไปเมื่อตอนปี62มันจะหายไปหมดหรือไม่แต่ท่านได้บอกว่ายังคงอยู่เพียงแต่ได้เปิดเพิ่มว่าจากบัญชีที่ได้เสนอเอาไว้ให้หยิบจากเลือกจาก สส. ได้ด้วย

ในประเด็กหลักเลยก็คือการแก้ไขมาตรา159และมาตรา272คือในวักแรกเราจะเติมในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา159เดิมเขียนได้แค่3วักนำเอาบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้เสนอคำว่าพรรคการเมืองบัญชีรายชื่อเสนอไม่จำเป็นต้องเป็น สส. 

แต่เราจะถือว่ามันได้เป็นคนที่อยู่ในระบบอาจจะไม่เป็น สส. ก็ได้เข้ามาเลือกก่อนตามมาตรา159เลยถ้าเลือกไม่ได้เราเลยเขียนเอาไวอีกวักหนึ่งว่ากรณีถ้าเลือกไม่ได้ให้เลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎณที่อยู่ในคณะนั้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ำ100

โพสท์ใน ข่าวการเมือง | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สถานการณ์ทางการเมือง